Friday, 16 January 2009

Teachers

แหมติดใจเรื่องวันครู ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ววันนี้เป็นวันครู ผมก็เลยอยากมาเขียนเรื่องราวครูของผมเสียหน่อยครับ จากประสบการณ์ในชีวิตของผม นอกเหนือไปจาก พ่อ แม่ แล้วผมมีครูมากมายหลายคนด้วยกัน วันนี้ผมจะขอคัดคนผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นครูของผมมาสัก 6 ท่านแล้วกันนะครับ


ครูท่านแรก เป็นครูผู้ซึ่งเปิดประตูด้านความคิดในทางพุทธศาสนาแก่ผม พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) คงไม่เพียงการบวชเรียนเพียงหนึ่งเดือนที่วัดญาณเวศกวันที่ ประตูด้านความคิดและจิตใจของผมถูกเปิดขึ้น หากแต่ประตูที่เปิดขึ้นนั้นส่งผลต่อการดำรงชีวิตของผมอย่างมากกระทั่ง ปัจจุบัน การใช้ปัญญา สติ และการดำรงตน ของท่านเจ้าคุณ เป็นเสมือนแบบอย่างอันดีงามที่ศิษย์คนนี้จะนำมาเป็นแบบอย่างในการดำรงตนในชีวิตนี้ต่อไป อีกทั้งท่านยังเป็นผู้ตั้งฉายานาม แก่ผมว่า กนฺตสาโร และเป็นผู้ตั้งนามสกุลให้ครอบครัวผมว่า ชยางคกุล




ครูท่านที่สอง ครูผู้เปิดประตูด้านอาชีพนักกฎหมายแก่ผม คุณศิริ อาบทิพย์ หลังจากการเรียนในระดับปริญญาตรีจบ ผมได้เข้าฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายของคุณศิริ และทำงานอยู่ที่นั่นเป็นเวลากว่า 4 ปี คุณศิริ ได้สอนหลายสิ่งหลายอย่าง ผมได้เีรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายในระยะเวลากว่าสี่ปีนั้นแต่สิ่งสำคัญสามประการที่ผมได้ติดมาจากครูท่านนี้และนำมาใช้จนปัจจุบันนี้คือ การเขียน กว่าสี่ปีผมถูกเรียกขึ้นไปลองแฮนด์ (คือการร่างเอกสารตามที่คำพูดน่ะครับ คือคุณศิริจะพูดไปเรื่อยๆ ผมก็จดตามปรับแก้ อ่านทวนไปเรื่อยๆ) จากที่ชอบเขียนอยู่แล้ว มันยิ่งทำให้ผมชอบการถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือมากยิ่งขึ้นไปอีก การเตรียมตัว การเตรียมตัวในการทำคดีเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งเราเตรียมตัวมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้นเท่านั้นและอีกประการคือ การจัดเก็บเอกสาร งานเอกสารในสำนักงานกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญมาก ทุกวันนี้ผมจึงกลายเป็นนักเก็บและจัดเอกสารตัวยง แบบที่ว่าเก็นที่ไหน อย่างไร เป็นหาได้หมด


ครูท่านที่สาม ครูผู้ให้โอกาสด้านการทำงาน อาจารย์บำรุง ตันจิตติวัฒน์ ถ้าจะนับจริงๆ อาจารย์บำรุงเป็นผู้ให้โอกาสในการที่ผมเข้ามาทำงานเป็นอาจารย์สอนกฎหมาย อาจารย์เป็นคนที่ให้โอกาสผมในการทำงานทั้งด้านวิชาการ ด้านบริหาร รวมเป็นผู้คอยสนับสนุนด้านการศึกษาของผมอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นอาจารย์บำรุงงจึงเปรียบเสมือนครูผู้ให้โอกาส ในการแสวงหาความก้าวหน้าในชีวิตของผมอย่างแท้จริง








ครูท่านที่สี่และห้า ครูผู้ให้ความรู้และเปิดโลกทัศน์ทางด้านกฎหมายระหว่างประเทศ คงไม่ผิดถ้าผมจะขอเอ่ยนามไว้ 2 ท่าน คือ ศาสตราจารย์วิทิต มันตาภรณ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์สุผานิต เกิดสมเกียรติ ผมเริ่มเรียนกฎหมายระหว่างประเทศมาตั้งแต่อยู่ชั้นปริญญาตรีปีที่สาม กระทั่งมาเรียนปริญญาโท กับอาจารย์ทั้งสองท่าน ทำให้ผมเข้าใจกฎหมายระหว่างประเทศ และมีความสนใจในด้านนี้อย่างมาก กระทั่งทำวิทยานิพนธ์ทางด้านนี้และได้ท่านทั้งสองเป็นที่ปรึกษาและประธานสอบวิทยานิพนธ์ให้ผม นอกจากนั้นทั้งสองท่านยังเป็นผู้จุดประกายความคิดด้านการศึกษาแก่ผม สนับสนุนและให้โอกาสในการแสวงหาความรู้ และการศึกษากับผมเรื่อยมาจนปัจจุบัน




ครูท่านที่หก ครูที่เป็นครู อาจารย์อารยา ชมภูจิต (แม้ว่าจะเป็นครูแต่ผมก็ชินที่จะเรียนว่าอาจารย์ แต่เวลาสื่อสารกัน คุยกัน ผมจะเรียกว่าอาจารย์ แต่เวลาตอบอาจารย์ก็จะแทนตัวเองว่าครู งงดีมั๊ย?????) ผมเรียนกับอาจารย์อารยามาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่สอง ที่โรงเรียนเทพศิริทร์ ตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว กระทั่งปัจจุบัน อาจารย์ก็ยังเป็นครูในความหมายของคำว่าครูสำหรับผมเสมอ มีความปรารถนาดี ให้โอกาส เป็นห่วงเป็นใย ในทุกๆ เรื่อง ยี่สิบกว่าปีผ่านไป ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม



เอาจริงๆ อย่างที่บอก ครูในชีวิตของผมยังมีอีกมากมายครับ ไม่ใช่เพียงหกท่านนี้เท่านั้นหรอก ต่อไปมีโอกาสอย่างไร คงจะได้เขียนถึงท่านเหล่านั้นบ้างนะครับ

1 comment:

ศึกษาต่อออสเตรเลีย said...

ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลที่ดีและมีประโยชน์