Wednesday, 7 January 2009

My menu

อยู่มาพักใหญ่วันนี้ขอรวบรวมเมนูที่ภูมิใจเสนอนะครับ


อย่างแรก ง่ายมากผัดพริกหยวกหมู กับน้ำแกงกระหล่ำปลี












ราดหน้าไก่ไฮโซ อันนี้ก็อร่อยครับ









กุนเชียงทอด จากกานต์เพื่อนรักจากเมืองไทย (กูกินแล้วนะ มีรูปยืนยัน)









ล่าสุด ส้มตำแครอท










แต่ไม่ได้มีแค่นี้นะ เพราะยังมีผัดถั่วงอก ผัดผักตามท้องถิ่น สุกี้ ผัดไทย ผัดซีอิ้ว ผัดขี้เมา ข้าวผัดหมู ไก่ กุ้ง ข้าวผัดอเมริกัน ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ข้าวต้มหมู ไก่ กุ้ง ข้าวมันไก่ ไก่ย่าง หมูอบ ยำไก่ย่าง ยำทูน่า ยำวุ้นเส้น ยำมาม่า ยำหมูยอ ยำทะเล ยำไส้กรอก มาม่าต้ม ผัดกระเพรา แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด แพนงหมู ไก่ แกงมัสมั่น ต้มยำไก่ ต้มข่าไก่ ข้าวไข่เจียว ไก่ผัดขิง ไก่ผัดพริกปาปริก้า หมูไก่ผัดพริกแกง มักโรนีผัดไก่ กุ้ง แกงส้มปลาซอลมอน-ทูน่า สลัด


โอ้ยยยย ไปๆ มาๆ เยอะนะเนี่ยะ นี่ไม่รวมหมูหยอง หรือน้ำพริกของอี๊เจ็งที่ฝากมาอีกนะ (ตอนนี้ยังมีเหลืออยู่เลย)

Carrot (Morot) Pok Pok

มาอยู่ซะหลายเดือน ก็เลยอยากกินส้มตำขึ้นมา เมนูแนะนำก็เลยเป็นส้มตำแครอทครับ




เมนูนี้ทำครั้งแรกเมื่อครั้งบิ๊กมาเยี่ยม วันนี้อยากกินอีกก็เลยทำไง ง่ายๆ ครับ



ใช้แครอท กระเที่ยม พริก ถั่วลิสง (ซื้อได้ใน netto) น้ำปลา น้ำตาลทราย (ถูๆ ไถๆ ได้) ลาม (lame) หรือมะนาวฝรั่ง แถมกุ้งอีกนิดเพิ่มความไฮโซ





แค่นี้ ทุบๆ คลุกๆ ก็อร่อยแล้ว

A big refrigelator / fridge (Kylskåp)

นึกถึงตอนอยู่เมืองไทยน่ะครับตอนนี้




ตอนอยู่เมืองไทยเนี่ยะเวลาอากาศร้อน จนน่ารำคาญ สมัยเด็กๆ ผมชอบเปิดตู้เย็นแล้วเอาตัวไปอิงไอเย็นจากในตู้ หรือยิ่งเวลาเปิดช่องแช่แข็งด้วยแล้ว ไม่วายเอาหน้าชะโงกเข้าไปรับไออุ่นจากช่องฟรีซเสียร่ำไป




มาตอนนี้มาอยู่ที่ประเทศสวีเดน มันช่างแตกต่างกลายเป็นว่านอกห้องเป็นช่องแช่แข็ง แล้วผมอยู่ในห้องที่กลายเป็นนอกตู้เย็นไปเสียนี่ อย่างวันนี้ผมอยากกินโค้กเย็น แทนที่จะต้องอาศัยตู้เย็น กลับเพียงแต่แง้มหน้าต่างแล้วเอาขวดโค้กไปวาง






ทิ้งไว้สักครู่ โค้กก็เย็นพร้อมดื่มแล้ว




โอ้ยยยย สบายจริงวุ๊ยยยย มีตู้เย็นใบหญ่ายยยยยย

Tuesday, 6 January 2009

Trettonafton; Trettondagen

แหมมมมมม อดอยากปากแห้งมาซะหลายวัน วันนี้ตั้งเป้าเต็มที่ในการซื้อของรับประทาน ก็เลือกวันเต็มที่ด้วยวันนี้เป็นวันอังคาร ที่ไม่ออกวันจันทร์เพราะร้านรวงบางร้านมันไม่เป็น มันเริ่มเปิดวันอังคาร ดังนั้นวันนี้ละเหมาะที่สุด


ออกจากหอเดินฝ่าอากาศหนาวติดลบ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำแข็ง ด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยมในการช็อปปิ้ง



เดินเริ่มเข้าเมืองเริ่ทชักเอะใจว่าทำไมคนน้อยๆ พิกล



ยิ่งเข้ากลางเมืองยิ่งน้อย แล้วนี่ก็ปาเข้าไปเที่ยงแล้วทำไมร้านยังไม่เปิดกันอีก เฮ้อขี้เกียวจกันจริงๆ คนที่นี่ (ผมนึกในใจ)


ร้านค้าที่มุ่งหลายมาซื้อของก็ปิด เอ๊ะชักยังไงๆ



สรุปอ้าววันนี้ทำไมร้านไม่เปิดกันเลยล่ะ งง วันอะไรอีกล่ะคราวนี้



พอไปดูมันเขียนว่าหยุดวัน Trettonafton บางร้านเขียน Trettondagen เลยต้องงัดวิชาภาษาสวี๋วี่วี แบบงูๆ ปลาๆ ออกมาแปล ได้ความว่า เตรตโตน คือ สิบสาม อาฟโตน แปลว่าตอนเย็น ดาเก็น แปลว่าวัน


สรุป งง



แต่ด้วยความเฉลียวที่ไม่ฉลาด นับได้ว่าวันนี้เป็นวันหลังคริสต์มาสวันที่สิบสาม ก็มาถึงบางออ อ่อ อ้อ มันคงหยุดวันที่สิบสามหลังคริสต์มาสเป็นแน่



แต่จะหยุดทำไง อันนี้ไม่ทราบเกล้าจริงๆ



ว่าแต่วันนี้ออกมาได้แต่ช็อบในซุปเปอร์มาเก็ตไฮโซ แทนที่ตลาดข้างถนน

-9 ํC

ช่วงนี้ไม่จำเป็นเนียะ ตอนนี้ไม่ขอออกไปไหนเลยนะ



คิดได้ไง ไหนก่อนมาเช็คแล้วเช็คเล่าเขาว่าที่ลุนด์เนี่ยะอุณหภูมิต่ำสุดแต่ 0 องศา หรือเต็มที่ก็ -1 องศา แต่ไหงมาตอนนี้มันหนาวไม่ยั้งเลยอ่ะ วันนี้ล่อเข้าไป -9 องศาเซลเซียส



นี่อุตส่าห์เช็คจากเว็บแล้วนะเขาว่าเต็มที่ก็ -3 แต่ทำไมวิ่งไปดูปรอทวัดอุณหภูมิ ทำไมปรอทมัน -9 แล้วอ่ะ นี่ขนาดไม่ได้บวกแรงลมที่พัดอีกนะ



เมื่อวานนี้แต่เดินออกไปข้างนอกนิดเดียว หน้าตึงเจ็บไปหมด น้ำมูกไหลจนเยื่อโพรงจมูกอักเสบ อาทิตย์ก่อนจมูกปวดบวมแดงเป็นชมพู่เลย



แถมนานๆ แดดจะออกที ออกมาคราหนึ่งก็คิดจะวิ่งเอาหน้าไปรับแดด ก็หนีไปซะแล้ว




เซร็งอยากอาบแดด (อยู่มาไม่นานเข้าใจหัวใจชาวสแกนดิเนเวียนที่ชอบอาบแดด)

Sunday, 4 January 2009

Song: กุหลาบเวียงพิงค์

ทุกปีในเทศกาลตรุษจีน ที่บ้านเราจะต้องไปเที่ยวกันทุกปีเป็นประจำ โดยอาปาจะขับรถไปทุกคนก็ขึ้นนั่งประจำที่ บางปีก็เป็นรถเก๋ง บางปีเป็นรถกระบะ แล้วแต่จำนวนผู้โดยสาร




ผมจำได้ว่าทุกครั้งก่อนออกเดินทาง อาม้าจะเดินขึ้นรถพร้อมกระเป๋าใบหนึ่ง ในกระเป๋าจะเต็มไปด้วยเทปคาสเซ็ทหลายม้วน เพื่อเปิดตลอดระยะเวลาการเดินทางของเรา (ปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นนั้น แต่เพียงเปลี่ยนเป็นแผ่นซีดีแทน)




เทปตลับหนึ่งที่อาม้าไม่พลาดที่จะนำไป และเปิดเสมอ หน้าปกเทปเป็นรูปดอกกุหลาบสีแดงดอกหนึ่ง และเขียนชื่ออัลบั้มว่า กุหลาบเวียงพิงค์ วงศ์จันทร์ ไพโรจน์




เพลงนี้เป็นเพลงที่อาม้าชอบ ในความทรงจำของผม เมื่อเพลงนี้ดัง ผมจะนึกถึงอาม้าก่อน วงค์จันทร์ ไพโรจน์ แน่ๆ




กุหลาบเวียงพิงค์ - วงจันทร์ ไพโรจน์

Song: น้ำตาร่วงหลังพวงมาลัย

สมัยก่อน อาปามีอาชีพขับรถแท็กซี่ป้ายดำ ซึ่งสมัยนี้ไม่มีให้เห็นแล้วครับ มันก็คือคล้ายรถรับจ้าง รับเหมาไปโน่นนี่น่ะครับ




อาปาชอบรถ และการขับรถมาก ในขณะเดียวกันอาปาก็ชอบเพลงด้วย เพลงที่เปิดประจำในรถของอาปาจะมีไม่มาก มันเป็นเพลงของทูล ทองใจ หรือธานินทร์ อินทรเทพและครับ




เพลงๆ หนึ่งที่เป็นเพลงที่ผมได้ยินทีไร ผมจะนึกถึงอาปาทุกที เพราะเป็นเพลงที่อาปาชอบมาก เปิดในรถบ่อยๆ จำได้ว่าสมัยเด็ก อาปาจะเปิดเพลงๆ นี้เสมอ เพราะอาปาบอกว่าชีวิตอาปาก็เหมือนเพลงนี้น่ะ คือนั่งอยู่หลังพวงมาลัยตลอดเวลา





น้ำตาร่วงหลังพวงมาลัย - ธานินทร์ อินทรเทพ

Song: มั่นใจไม่รัก

ครอบครัวเราก็เป็นอีกครอบครัวที่ชื่นชอบการร้องเพลง



มันก็เลยต้องมีบทเพลงที่ได้ยินเมื่อไหร่แล้วผมก็จะมีความทรงจำย้อนขึ้นมาทัใด กลายเป็นความทรงจำที่ติดอยู่ในใจของผมตลอดมา



ช่วงวันเกิดอาปา กินเลี้ยงก่อนวันที่ 23 กันยายน 2547 อาม้าร้องเพลงให้อาปาเพลงหนึ่ง ที่งานเลี้ยงพี่เขยผมถามอาม้าว่ารักอาปาไหม อาม้าก็ไม่ยอมตอบ ญาติๆ ก็ถามกันใหญ่ให้ตอบ อาม้าก็ไม่ยอมตอบ ในที่สุดอาม้าก็เลยเลือกที่จะร้องเพลงเพลงหนึ่งเพื่อเป็นคำตอบที่ญาติ ถามว่าอาม้ารักอาปาไหม



Mun-Jai Mai Rak - Roungthong Thongluntom



ลองกด play สิครับ ว่าอาม้าตอบญาติๆ และอาปาว่าอย่างไร




เชื่อไหมครับว่าทุกครั้งที่ผมได้ยินเพลงๆ นี้ ผมสามารถนั่งน้ำตารื้นได้เสมอ

Saturday, 3 January 2009

Cassette

เทปคาสเซ็ท เป็นช่องทางในการฟังเพลงที่สำคัญมากในสมัยก่อนที่ CD mp3 หรือ mp4 ยังไม่เกิดขึ้นมา


ผมเข้ามาอยู่กรุงเทพแล้วตั้งแต่ตอนอยู่ ป.5 จำได้ว่าเทปม้วนแรกที่ผมซื้อในขณะที่เข้ามาอยู่กรุงเทพสมัยนั้น เป็นเทปของนักร้องขวัญใจผมขณะนั้น เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก อุ้ย รวิวรรณ จินดา



ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ผมได้ฟังบทเพลงในอัลบั้ม รุ้งอ้วนแล้ว วันเวลาเก่าๆ ของผมมันก็ย้อนกลับมาเสมอ



Thursday, 1 January 2009

Gott Nytt År

สวัสดีปีใหม่ตามเวลาของประเทศสวีเดนครับทุกคน



ปีใหม่ปีนี้คงเป็นปีแรกที่หนุ่ยไม่ได้อยู่เมืองไทยในวันปีใหม่ แม้ว่าที่สวีเดนจะดูเหมือนน่าสนใจในการฉลองปีใหม่ในต่างแดน แต่สำหรับผม มันไม่ได้แตกต่างไปเลยครับ



ด้วยผมไม่ค่อยให้ความสำคัญกับปีใหม่เท่าไหร่อยู่แล้ว ผมให้ความสำคัญกับวัน เวลา ปัจจุบันมากกว่า



ชั่วโมงใหม่ วันใหม่ ปีใหม่ ไม่ได้แตกต่างกันเลยนะครับ เพราะมันก็เป็นแค่จุดชี้วัดว่าสิ่งที่เป็นปัจจุบัน ที่กำลังจะเข้าสู่อนาคต และสิ่งที่เราสร้างหรือทำขึ้นมานั้นกลายเป็นอดีตไปแล้ว



ปีใหม่ วันใหม่ ชั่วโมงใหม่ นาทีใหม่ หรือวินาทีใหม่ จะดีหรือไม่ มันขึ้นกับตอนนี้ วันนี้ เวลานี้ ชั่วโมงนี้ นาทีนี้ และวินาทีนี้ครับ



ทำวันนี้ให้ดี เพื่อวันพรุ่งนี้ไงครับ



กมฺมุนา วตฺตตี โล โก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมครับ