Tuesday, 23 March 2010

Legitimacy

ตอนนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาเขียนอะไรเลยครับ เพราะมัวแต่ขลุกอยู่กับการทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งตอนแรกก็ว่าไม่น่าจะหนักมาก เพราะว่าใช้เวลาเตรียมตัว และเตรียมข้อมูลมานานแล้ว แถมเรื่องที่ทำเนี่ยะ ก็ได้หยิบเอาประเด็นย่อยๆ ไปทำเปเปอร์บ้างแล้ว เพียงแค่เรียงร้อยเข้ากัน เพิ่มข้อมูลอัพเดทเสียหน่อยก็เสร็จแล้ว กำหนดเขาให้สอบเดือนพฤษภาคม โอ้วๆๆๆๆ ไม่น่าจะต้องใช้เวลานานขนาดนั้น เมษาก็สอบได้แล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ


เวลาผ่านมาสักพัก เรื่องที่คิดว่าง่ายเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเด็นของวิยานิพนธ์ ที่ยิ่งศึกษาไปเรื่อยๆ เริ่มเห็นได้ว่าไอ้ประเด็นที่ผมเลือกเขียนเนี่ยะ มันเริ่มยุ่งยากขึ้นเรื่องๆ จนมันน่าจะไปทำเป็นปริญญาเอกแล้ว


จากที่จะเอาเรื่องง่ายๆ เป็นรูปธรรม จับต้องได้ง่ายๆ กลับกลายตรงกันข้ามไปเสีย


เดิมผมตั้งใจจะเขียนเรื่องหลักความรับผิดที่เรียกว่า Joint Criminal Enterprise ในศาลเขมรแดง (The Extraordinary Chambers in the Court of Cambodia) เพราะมันชัดๆ อยู่แล้วว่าการเอามาใช้ของศาลเนี่ยะ มันไม่ชอบด้วยกฎหมาย โอ้ว เจอบทสรุปแบบนี้สบายมาก


และแล้วเวลาแห่งการพลิกผันก็มาถึง เนื่องจากคำเพียงสองคำ คือ legality and legitimacy (ชอบด้วยกฎหมาย กับชอบธรรม)


จากเดิมผมเพียงพิสูจน์ว่าเรื่องนี้มันชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ (ซึ่งได้คำตอบแล้ว) ยื่งพอศึกษาลึกลงไปเรื่อยๆ กลับเริ่มเห็นแววปริญญาเอกเลย เพราะประเด็นของเรื่องมันมีนัยทางการเมืองเข้ามาด้วย ดังนั้นจากเรื่องชอบด้วยกฎหมาย กลับถูกแทนที่ด้วยความชอบธรรม


หลายคนคงเริ่มงง ว่าแล้วมันแตกต่างกันยังไง ง่ายๆ ครับ ถ้าเป็นทาง legal sense ถ้าเรื่องนั้นๆ ขัดกฎหมายก็ illegally ถ้าอันไหนไม่ขัดกฎหมายก็จะ legally ทีนี้ได้เรื่องที่ผมทำมันต้องพอสูจน์ สามเรื่อง ผลออกมาว่าสองในสามกรณีศาลสามารถใช้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนอีกหนึ่งส่วนหากศาลใช้แล้วมันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นหายนะจึงมาเยือน เพราะผมต้องสรุปให้ได้ว่าศาลจะใช้หรือไม่ใช้ ????


ดังนั้นประเด็นจากเดิมเรื่องว่าชอบด้วยกฎหมาย ก็ไหลไปกลายเป็นเรื่องชอบธรรม (Legitimacy) เพราะว่าในบางกรณีแม้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่ว่ามันชอบธรรมที่จะใช้


หายนะที่ผมว่าก็คือ ผมต้องเพิ่มเนื้อหาเรื่อง legitimacy เข้ามาในวิทยานิพนธ์ ซึ่งมันนามธรรมมาก แถมมีเอกสารต้องอ่านเพิ่มอีกกว่า 500 หน้า เฉพาะเรื่อง legitimacy ตายๆๆๆๆ


ถ้าทำเสร็จสงสัยจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้วย Legitimacy 555+

3 comments:

Sophie J. said...

ชอบด้วยกฏหมายคือแค่ระดับมาตรฐาน แต่ชอบธรรม ที่ว่าด้วยจริยธรรมมันสูงกว่ากฏหมายสูงกว่ามาตรฐาน เรื่องนี้มีตัวอย่างอยู่ในเมืองไทยนะคะ กำลังสดๆ ปาลกระบวดมักๆ

k-jay said...

คุณ Sophie J. --> เห็นด้วยครับ โดยเฉพาะเรื่องปวดกบาลเนี่ยะ ปวดจริงๆ

veera thkian said...

ชอบเหมือนกันครับ http://www.happyrich.ws