Wednesday, 2 September 2009

Summer trip 12: Untersberg Mountain

พอเรียนได้เกือบอาทิตย์แผนการเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็บังเกิดครับ


ผมมีแผนการเที่ยวมากมายที่ต้องดำเนินการในช่วงของเสาร์และอาทิตย์ ทั้งการไป Untersberg Mountain, Hallstatt, Hohensalzburg, และอื่นๆ อีกมากมาย


และที่สำคัญคือการเดินทางในครั้งนี้ก็คือหาเพื่อนร่วมเดินทาง และแล้วเคราะห์ร้ายก็ไปตกกับคนคนนี้ที่ผมหว่านล้อมจะตกหลุมมาร่วมเดินทางกะผมได้ในครั้งนี้ ไม่ใช่ใครครับ ทาคาชิ คูโบตะ เพื่อนชาวอาทิตอุทัยเนี่ยะแหละ


การเดินทางของเราเริ่มขึ้นในเช้าวันเสาร์ หลังจากกินอาหารเช้า เราก็นั่งรถเมล์ไปที่สถานีรถไฟ เพื่อเปลี่ยนสายไปนั่งรถเมล์อีกสายเพื่อเดินทางไปยังเป้าหมายแรกของเราคือ เทือกเขาอุนเทอร์สเบิร์ก อยู่ออกไปจากเมืองซาลบวร์กไม่ไกลครับ


การขึ้นเขานี้ ต้องอาศัยการนั่ง cable car ขึ้นไปแล้วเดินเท้าต่อ ผมก็ไม่ได้หวั่นอะไร จิ๊บๆ


คนมาขึ้นเยอะพอควรเพราะว่าเป็นวันเสาร์ นี่ขนาดมาแต่เช้าแล้ว


หลังจากใช้วิทยายุทธ์แย่งเขากระเช้า ดันได้เข้าเป็นคนสุดท้าย อ๊ะๆๆๆ อย่านึกว่าไม่ดี เพราะของดีมันต้องอันนี้ เพราะว่าเราจะยืนติดประตูสามารถมองเห็นวิวได้ตลอดครับ

หลังจากขึ้นได้สักนิด ก็เป็นอย่างนี้เลย




กระเช้าขึ้นสูงไปเรื่อยๆ มันไม่เสียวหรอก กระทั้งมันมีเสาอยู่พอผ่านเสาที่ตั่งบริเวณหน้าผาไปมันก็เหมือนเป็นแอ่ง กระเช้าจะแกว่งเหมือนเรานั่งชิงช้าสวรรค์ แต่ที่ต่างไปคือ แกว่งอยู่บนเหวเบื้องล่าง บรรดาคนก็กรี๊ดกร๊าด ใจหายไป

นี่เป็นมุมมองที่เมื่อขึ้นมาถึงด้านบน






หลังจากนั้นเราต้องเดินเขาต่อ เพราะเป้าหมายของเราคือ ไม่กางเขนด้านบนโน้นนนน ในภาพอาจมองไม่เห็นหรอกไม้กางเขน กดขยายรูปนี้ดู แล้วคุณจะเห็นความจริง ว่ามันไกลม๊ากกกก แถมตอนที่ถ่ายเนี่ยะผมเดินมากว่าครึ่งทางแล้ว ที่เหลือเนี่ยะ หนึ่งในสามได้







แต่ในที่สุดผมก็มาถึงครับ (แลกกับรองเท้าผ้าใบหนึ่งคู่ที่ไม่สามารถใช้การได้อีกต่อไป เพราะการมาปีนเขาครั้งนี้)

video
แถมกับได้เก็บภาพวิวอีกนิดหน่อย ก็เลย โอเคครับ จรลีลง เพราะว่าต้องไปที่อื่นต่ออีกหลายรายการ


แต่การเดินทางมาที่เมือกเขานี้ของผมไม่ได้มาแค่ครั้งเดียว เพราะถัดจากครั้งแรก 3 วันเมื่อบิ๊กมาเที่ยวที่นี่(ซาลบวร์ก) ผมก็ขันอาสาเป็นไกด์ ก็พามาที่นี่อีกครั้ง


ครั้งที่สองของการเดินทางมาที่นี่ของผม แตกต่างจากครั้งแรก เพราะว่าเป็นวันธรรมดา ดังนั้นคนเลยน้อย จึงมีโอกาสที่ผมจะได้ชักภาพโดยไม่มีคนในภาพได้








แถมยังโชคดีตรงไปเจอนกเหยี่ยวตามธรรมชาติบนยอดเขาด้วย แต่ได้รสชาติไปอีกแบบครับ








ตามไปดูภาพกันได้ ที่นี่ ครับ








No comments: