การได้มาเรียนที่ประเทศสวีเดน เป็นประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับผม สำหรับการเรียนการสอนหนังสือในประเทศสวีเดนนั้นแตกต่างจากระบบการศึกษาของประเทศไทยมากครับ
อย่างแรก ระบบการศึกษาที่นี่เน้นให้ผู้เรียนให้มีส่วนร่วมมาก เน้นการทำงานร่วมกัน เน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
การประเมินผล ก็จะเน้นที่ผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันมากกว่าการมานั่งสอบปลายภาค คะแนนส่วนใกญ่จะถูกกระจายไปที่กิจกรรมต่างๆ ที่ถูกผนวกเข้ามาในรายวิชา ทั้งการสัมมนา เวิร์กช็อบ พรีเซนต์ การโต้เถียงโต้แย้งกัน การ mooting ส่วนการสอบปลายภาคจริงๆ จึงไม่ค่อยทำให้นักศึกษาเครียดมากนัก
แต่สำหรับการศึกษาของประเทศไทย การให้น้ำหนักในการวัดผลสัมฤทธิ์ ยังคงอยู่ี่ที่การนั่งทำข้อสอบสามสี่ชั่วโมง โดยการจำเรื่องราวมาแล้วเอามาตอบ ซึ่งตรงนี้จะต่างอย่างมากกับระบบการศึกษาที่นี่ โดยเฉพาะการเรียนกฎหมาย ที่นี่เน้นในตัวกระบวนการของการเรียนการสอน คือให้นักศึกษาเข้าร่วมตามกระบวนการ ไม่เ้นนที่การมานั่งทำข้อสอบเลยครับ
แถมหากสอบตก ก็สามารถสอบแก้ตัวได้อีกครั้งหนึ่ง มำให้การเรียนการสอนที่นี่ เด็กจะขยันและเครียดในการเรียน แต่พอถึงช่วงสอบจะผ่อนคลายมากขึ้นครับ
Showing posts with label lund. Show all posts
Showing posts with label lund. Show all posts
Friday, 30 January 2009
Thursday, 29 January 2009
สวีเดน: ประเทศปลอดภัยประเทศหนึ่งของโลก 3
ประเทศสวีเดน เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
แต่จริงหรือ?????
ที่แน่ๆ สำหรับความปลอดภัยในการอาศัยอยู่ที่ประเทศนี้ก็คือ ถ้าพอจะจำกันได้
สมัยที่กลุ่ม Al Quida อัลไกด้า ก่อเหตุโจมตีอเมริกา กลุ่มผู้นำได้ออกมาบอกว่า เราสามารถโจมตีได้ทุกที่ แต่ยกเว้นประเทศสวีเดน อ้าววววว!!!!!!!! ทำไม
ก็ไม่ทำไมหรอกก็เพราะกลุ่มอัลไกดา เขามาอยู่ที่ประเทศเสรีสวีเดนนี่ไง ประเทศเสรีสวีเดน จึงเต็มไปด้วยพวกตะวันออกกลาง ซึ่งเดินสวนกันไปมาก็ไม่รู้อ่ะว่าเป็นผู้ก่อการร้าย (ทีนี้รู้ยังว่าทำไมมาอยู่นี่ผมไม่สู้คน อิอิอิ)
แม้แต่เหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ กลุ่มพูโล (PULO) หรือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ยังอยู่ที่ประเทศสวีเดนเลย เท่าที่พอรู้ๆ มา เวลาเขาประชุมกันก็มาที่นี่ อย่างตอนรัฐบาลไทยมาเจรจาเรื่องความไม่สงบในภาคใต้ยังลงทุนบินมาคุยมาประชุมกันที่สวีเดนเลย
แถมอีกนิดว่านอกจากผู้ก่อการร้ายชอบมาอยู่ที่ประเทศเสรีสวีเดน แล้ว ยังต้องเน้นอีกนิดด้วยว่า เมืองที่เขาชอบมาอยู่กัน ก็ไม่ใช่เมืองไกลที่ไหน ลุนด์นั่งเองครับ ก็เมืองที่ผมอยู่เนี่ยะแหละ
ปลอดภัย อุ่นใจจริงๆ ยังไง๊ ยังไง ก็ไม่น่ามีการถล่มด้วยอาวุธที่นี่!!!!!
แต่จริงหรือ?????
ที่แน่ๆ สำหรับความปลอดภัยในการอาศัยอยู่ที่ประเทศนี้ก็คือ ถ้าพอจะจำกันได้
สมัยที่กลุ่ม Al Quida อัลไกด้า ก่อเหตุโจมตีอเมริกา กลุ่มผู้นำได้ออกมาบอกว่า เราสามารถโจมตีได้ทุกที่ แต่ยกเว้นประเทศสวีเดน อ้าววววว!!!!!!!! ทำไม
ก็ไม่ทำไมหรอกก็เพราะกลุ่มอัลไกดา เขามาอยู่ที่ประเทศเสรีสวีเดนนี่ไง ประเทศเสรีสวีเดน จึงเต็มไปด้วยพวกตะวันออกกลาง ซึ่งเดินสวนกันไปมาก็ไม่รู้อ่ะว่าเป็นผู้ก่อการร้าย (ทีนี้รู้ยังว่าทำไมมาอยู่นี่ผมไม่สู้คน อิอิอิ)
แม้แต่เหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ กลุ่มพูโล (PULO) หรือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ยังอยู่ที่ประเทศสวีเดนเลย เท่าที่พอรู้ๆ มา เวลาเขาประชุมกันก็มาที่นี่ อย่างตอนรัฐบาลไทยมาเจรจาเรื่องความไม่สงบในภาคใต้ยังลงทุนบินมาคุยมาประชุมกันที่สวีเดนเลย
แถมอีกนิดว่านอกจากผู้ก่อการร้ายชอบมาอยู่ที่ประเทศเสรีสวีเดน แล้ว ยังต้องเน้นอีกนิดด้วยว่า เมืองที่เขาชอบมาอยู่กัน ก็ไม่ใช่เมืองไกลที่ไหน ลุนด์นั่งเองครับ ก็เมืองที่ผมอยู่เนี่ยะแหละ
ปลอดภัย อุ่นใจจริงๆ ยังไง๊ ยังไง ก็ไม่น่ามีการถล่มด้วยอาวุธที่นี่!!!!!
สวีเดน: ประเทศปลอดภัยประเทศหนึ่งของโลก 2
ประเทศสวีเดน เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
แต่จริงหรือ?????
หลังจากเหตุการณ์ครั้งแรกไม่นาน ร้องเด็กไทยที่มาเป็นอาสาสมัครช่วยงานนิทรรศการ ก็ถูกลักกระเป๋า หมดตัวเลยทีเดียว ทั้งเงิน ทอง ของใช้ทั้งหลาย
ต่อมาก็เป็นกรณีน้องนักศึกษาไทยอีกคน มีจักรยานก็แสนจะเก่า แต่ทว่าก็ยังสามารถถูกขโมยไปได้ อีกเช่นกัน
แถมเมื่อตอนหน้าหนาว หิมะตกขณะเดินกลับหอ ผมก็พบเจอเข้ากับปฏิบัติการขโมยจักรยานเข้าอย่างเต็มๆ แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งอ่ะ กลับโดนเสียบ
อีกอย่าง ใช่ว่าจะมีเฉพาะที่เมืองไทย สำหรับเหตุการณ์ที่เราๆ มักเจอคนเข้ามาของเิน เพราะว่าตกรถ กลับบ้านไม่ได้ มาที่นี่วันแรกๆ ผมก็เจอที่สถานีรถไฟ เข้ามาถามว่าพูดภาษาอังกฤษได้ไหม พอตอบว่าได้ มันก็บอกเลยว่าตกรถจะกลับโคเปนเฮเกน ไม่มีตังค์ ขอหน่อย เอากันดื้อๆ อย่างนี้เลย เดินหนีก็เดินตาม
โอ้วววว ความมั่นคงในชีวิตถูกคุกคาม......
นี่แหละหนา ประเทศที่ปลอดภัย จริงหรือ??????
แต่จริงหรือ?????
หลังจากเหตุการณ์ครั้งแรกไม่นาน ร้องเด็กไทยที่มาเป็นอาสาสมัครช่วยงานนิทรรศการ ก็ถูกลักกระเป๋า หมดตัวเลยทีเดียว ทั้งเงิน ทอง ของใช้ทั้งหลาย
ต่อมาก็เป็นกรณีน้องนักศึกษาไทยอีกคน มีจักรยานก็แสนจะเก่า แต่ทว่าก็ยังสามารถถูกขโมยไปได้ อีกเช่นกัน
แถมเมื่อตอนหน้าหนาว หิมะตกขณะเดินกลับหอ ผมก็พบเจอเข้ากับปฏิบัติการขโมยจักรยานเข้าอย่างเต็มๆ แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งอ่ะ กลับโดนเสียบ
อีกอย่าง ใช่ว่าจะมีเฉพาะที่เมืองไทย สำหรับเหตุการณ์ที่เราๆ มักเจอคนเข้ามาของเิน เพราะว่าตกรถ กลับบ้านไม่ได้ มาที่นี่วันแรกๆ ผมก็เจอที่สถานีรถไฟ เข้ามาถามว่าพูดภาษาอังกฤษได้ไหม พอตอบว่าได้ มันก็บอกเลยว่าตกรถจะกลับโคเปนเฮเกน ไม่มีตังค์ ขอหน่อย เอากันดื้อๆ อย่างนี้เลย เดินหนีก็เดินตาม
โอ้วววว ความมั่นคงในชีวิตถูกคุกคาม......
นี่แหละหนา ประเทศที่ปลอดภัย จริงหรือ??????
สวีเดน: ประเทศปลอดภัยประเทศหนึ่งของโลก 1
ประเทศสวีเดน เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
แต่จริงหรือ?????
แรกเริ่มเดิมที มาประเทศนี้ก็คิดว่าคงไม่น่าจะมีความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมาเยือน....
แต่งานแรกที่เจอกับตัวก็คงเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ train hostel นั่นเองครับ
การถูกรื้อค้นทรัพย์สินและเสื้อผ้าที่เกิดขึ้นที่โฮสเทล คงน่าจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันว่า ลองไปอ่านกันดูอีกครั้งที่นี่
http://kitmarc.blogspot.com/2008/09/train-hostel-in-my-memory.html
จริงหรือ ????
แต่จริงหรือ?????
แรกเริ่มเดิมที มาประเทศนี้ก็คิดว่าคงไม่น่าจะมีความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมาเยือน....
แต่งานแรกที่เจอกับตัวก็คงเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ train hostel นั่นเองครับ
การถูกรื้อค้นทรัพย์สินและเสื้อผ้าที่เกิดขึ้นที่โฮสเทล คงน่าจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันว่า ลองไปอ่านกันดูอีกครั้งที่นี่
http://kitmarc.blogspot.com/2008/09/train-hostel-in-my-memory.html
จริงหรือ ????
Suphanburi, Sweden
เคยมีคนสงสัยว่า ประเทศไทยเนี่ยะพูดภาษาไทย แล้วสำเนียงภาษาไทยที่ไหนเหน่อที่สุด
ตอบง่ายๆๆ สุพรรณบุรีไงครับ
แต่ถ้าจะถามว่าประเทศสวีเดน แล้วเขาพูดภาษาสวีดิชกัน ภาษาสวีดิชที่ไหนเหน่อที่สุด
ตอบง่ายๆ อีกแล้วก็สวีดิชที่แถบ สกอเน่ นี่ไง เหน่อที่สุด
ดังนั้นมาอยู่ที่เมืองลุนด์ ในสกอเน่ ภาษาสวีดิชจึงเน๊อเหน่อ
วันก่อนได้ไปสนทนากับน้องๆ ที่เขามาจากสต็อกโฮล์ม ลองเทียบสำเนียงภาษาดูแล้ว เหน่อจริงๆ ด้วย
ตัวอย่าง บอกว่าสวัสดี คุณเป็นอย่างไรบ้าง (Hello! How are you?) ภาษาสวีเดนใช้ว่า "Hej hej! Vod gör du?"
สต็อกโฮล์มพูดว่า "เฮ้ย เฮย ว้อด หย่อ ดู๋"
ลุนด์พูดว่า "เฮ้ย เฮย หวอด หย่อ ดู๊"
สุพั้น สุพัน คริคริคริ
ตอบง่ายๆๆ สุพรรณบุรีไงครับ
แต่ถ้าจะถามว่าประเทศสวีเดน แล้วเขาพูดภาษาสวีดิชกัน ภาษาสวีดิชที่ไหนเหน่อที่สุด
ตอบง่ายๆ อีกแล้วก็สวีดิชที่แถบ สกอเน่ นี่ไง เหน่อที่สุด
ดังนั้นมาอยู่ที่เมืองลุนด์ ในสกอเน่ ภาษาสวีดิชจึงเน๊อเหน่อ
วันก่อนได้ไปสนทนากับน้องๆ ที่เขามาจากสต็อกโฮล์ม ลองเทียบสำเนียงภาษาดูแล้ว เหน่อจริงๆ ด้วย
ตัวอย่าง บอกว่าสวัสดี คุณเป็นอย่างไรบ้าง (Hello! How are you?) ภาษาสวีเดนใช้ว่า "Hej hej! Vod gör du?"
สต็อกโฮล์มพูดว่า "เฮ้ย เฮย ว้อด หย่อ ดู๋"
ลุนด์พูดว่า "เฮ้ย เฮย หวอด หย่อ ดู๊"
สุพั้น สุพัน คริคริคริ
ลูกอีช่างเก็บ
อาทิตย์นี้หน้าที่ทำึความสะอาดครัวเป็นหน้าที่ของผมครับ
อย่าให้พูด จะหาว่าโม้ มันน่าจะเป็นสัดาห์ที่เพื่อนๆ ร่วมหอมีความสุขมากที่สุด เพราะว่าครัวจะสะอาดมากครับ เพราะผมขยันไปล้างไปเก็นทำความสะอาดตลอด
แต่ผมล้างเฉพาะส่วนกลางพวกซิงค์ หรือเช็ดโต๊๊ะนะครับ ส่วนจานชามกระทะทั้งหลาย ของใครของมัน
ว่าแต่อีพวกสวีดิชนี่ กินกันแล้วมันชอบเก็บครับ หมักกองไว้ที่เคาเตอร์ของแต่ละห้อง ไม่ล้าง ไม่เก็บ รอสักสามวันมันล้างกันที บางวันราขึ้นแล้วอ่ะมันค่อยล้าง
ไม่เข้าในจริงๆ อีกคนนึงมีช้อน ช้อนส้อม มีด สำหรับกินอาหารของตัวเอง มันกินแล้วก็แช่ทิ้งไว้ในหม้อ จนหมดครบทุกอันทั้งช้อน ส้อม มีด แล้วมันค่อยล้างทีนึง สงสัยมันกลับช้อนเก่าไม่เท่ากันมั้ง เลยต้่องใช้ทุกคัน
เบื่อจริงๆ พวกลูกอีช่างเก็บ
อย่าให้พูด จะหาว่าโม้ มันน่าจะเป็นสัดาห์ที่เพื่อนๆ ร่วมหอมีความสุขมากที่สุด เพราะว่าครัวจะสะอาดมากครับ เพราะผมขยันไปล้างไปเก็นทำความสะอาดตลอด
แต่ผมล้างเฉพาะส่วนกลางพวกซิงค์ หรือเช็ดโต๊๊ะนะครับ ส่วนจานชามกระทะทั้งหลาย ของใครของมัน
ว่าแต่อีพวกสวีดิชนี่ กินกันแล้วมันชอบเก็บครับ หมักกองไว้ที่เคาเตอร์ของแต่ละห้อง ไม่ล้าง ไม่เก็บ รอสักสามวันมันล้างกันที บางวันราขึ้นแล้วอ่ะมันค่อยล้าง
ไม่เข้าในจริงๆ อีกคนนึงมีช้อน ช้อนส้อม มีด สำหรับกินอาหารของตัวเอง มันกินแล้วก็แช่ทิ้งไว้ในหม้อ จนหมดครบทุกอันทั้งช้อน ส้อม มีด แล้วมันค่อยล้างทีนึง สงสัยมันกลับช้อนเก่าไม่เท่ากันมั้ง เลยต้่องใช้ทุกคัน
เบื่อจริงๆ พวกลูกอีช่างเก็บ
จ๊ากกกกกกกกก
วันนี้อารมณ์ดีกะว่าจะทำของอร่อยกินซะหน่อย
ว่าแล้วในตู้เย็นมีหมูกระเทีียมพริกไทยอยู่ หมักเอาไว้หลายวันแล้ว ก็เลยคิดว่าน่าจะได้โอกาสโชว์พาว โดยการกินหมูอบ
ปฏิบัติการเตรียมการอบหมูก็เริ่มขึ้น ตั้งแต่การวอร์มเตาอบ และการบรรจงเรียงหมูลงในถาดเพื่อเข้าอบ นี่ขนาดยังไม่เข้าเตานะ ท้องก็ร้องซะแล้ว
ต้องอร่อยมากแน่ๆๆๆๆๆๆ
อบไปราวๆ ครึ่งชั่วโมงกว่า ก็บรรจงเปิดเตาอบออกมาชมผลงาน ว่าจะงามเพียงใด (แบบยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย คริคริคริ กะว่าเอาออกมาพวกเพื่อนสวีเดนร่วมหอได้ทำจมูกฟุดฟิด กับกลิ่นอันตลบอบอวนแน่ๆ)
จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ด้วยความสะเพร่า ดันไม่ใส่ถุงมีให้ดี แขนเลยนาบเอากับขอบเตาอบ โอ้วววววววว น้ำตาแทบเล็ด ยกแขนมาดูอุ้ยแหมเนื้อเรียบแปล้เลย ขนแขนหายไปเลย แถมมันเหมือนว่าจะะสุกเลยนะนั่น
แต่ด้วยมีเพื่อนชาวสวีดิชนั่งอยู่ในครัวด้วย เลยต้องทำแบบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น โอ้วววววว แถวบ้านแแค่นี้เรียกว่าเรื่องจิ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆ
หมูเหมอ ไม่ดูแระ หมดอารมณ์อบมันต่อไปเลย ไหม้ก็ช่าง ท้องเทิ้งอิ่มจุกอกขึ้นมาทันใด ตอนนี้ต้องรีบกลับห้องอย่างเร็ว ด่วนๆๆๆๆๆ
นี่ถ้ากัดปากได้ตอนนี้คงเลือดทะลักแล้ว
แถมวันนี้ดันรู้สึกว่าห้องทำไมมันไกลจังวะ???
กลับถึงห้องตาพร่า ไม่รู้เอาไงดี แหมว่านหางจระเข้ก็ไม่มี
และแล้วพลันนึกได้ว่าก่อนมาหม่อมแม่ได้เจียดบัวหิมะมาให้ด้วยตลับนึง โอ้ววววว พระเจ้าจอร์จ
รีบป้ายเอาบัวหิมะมาโปะทันใด โดยไม่กลัวเปลือง
ผ่านไปวันนึงแล้ว อาการดีแล้วครับ ไม่พองเลยสักนิดเดียว แต่แดง แล้วก็ดำเลย (มันสุกอ่ะ)
สรุปแล้ว เป็นหมูกระเทียมอบที่อร่อยและคุ้มค่ามาก นี่แหละน๊าาาาา ทำไงได้ประมาทเอง
ว่าแล้วในตู้เย็นมีหมูกระเทีียมพริกไทยอยู่ หมักเอาไว้หลายวันแล้ว ก็เลยคิดว่าน่าจะได้โอกาสโชว์พาว โดยการกินหมูอบ
ปฏิบัติการเตรียมการอบหมูก็เริ่มขึ้น ตั้งแต่การวอร์มเตาอบ และการบรรจงเรียงหมูลงในถาดเพื่อเข้าอบ นี่ขนาดยังไม่เข้าเตานะ ท้องก็ร้องซะแล้ว
ต้องอร่อยมากแน่ๆๆๆๆๆๆ
อบไปราวๆ ครึ่งชั่วโมงกว่า ก็บรรจงเปิดเตาอบออกมาชมผลงาน ว่าจะงามเพียงใด (แบบยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย คริคริคริ กะว่าเอาออกมาพวกเพื่อนสวีเดนร่วมหอได้ทำจมูกฟุดฟิด กับกลิ่นอันตลบอบอวนแน่ๆ)
จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ด้วยความสะเพร่า ดันไม่ใส่ถุงมีให้ดี แขนเลยนาบเอากับขอบเตาอบ โอ้วววววววว น้ำตาแทบเล็ด ยกแขนมาดูอุ้ยแหมเนื้อเรียบแปล้เลย ขนแขนหายไปเลย แถมมันเหมือนว่าจะะสุกเลยนะนั่น
แต่ด้วยมีเพื่อนชาวสวีดิชนั่งอยู่ในครัวด้วย เลยต้องทำแบบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น โอ้วววววว แถวบ้านแแค่นี้เรียกว่าเรื่องจิ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆ
หมูเหมอ ไม่ดูแระ หมดอารมณ์อบมันต่อไปเลย ไหม้ก็ช่าง ท้องเทิ้งอิ่มจุกอกขึ้นมาทันใด ตอนนี้ต้องรีบกลับห้องอย่างเร็ว ด่วนๆๆๆๆๆ
นี่ถ้ากัดปากได้ตอนนี้คงเลือดทะลักแล้ว
แถมวันนี้ดันรู้สึกว่าห้องทำไมมันไกลจังวะ???
กลับถึงห้องตาพร่า ไม่รู้เอาไงดี แหมว่านหางจระเข้ก็ไม่มี
และแล้วพลันนึกได้ว่าก่อนมาหม่อมแม่ได้เจียดบัวหิมะมาให้ด้วยตลับนึง โอ้ววววว พระเจ้าจอร์จ
รีบป้ายเอาบัวหิมะมาโปะทันใด โดยไม่กลัวเปลือง
ผ่านไปวันนึงแล้ว อาการดีแล้วครับ ไม่พองเลยสักนิดเดียว แต่แดง แล้วก็ดำเลย (มันสุกอ่ะ)
สรุปแล้ว เป็นหมูกระเทียมอบที่อร่อยและคุ้มค่ามาก นี่แหละน๊าาาาา ทำไงได้ประมาทเอง
Tuesday, 27 January 2009
Chinese New Year Party
Sunday, 25 January 2009
Walking in the wind
วันนี้จะมาเล่าเรื่องการเดินครับ
มาอยู่ที่นี่อย่างที่เคยบอกว่าไปไหนมาไหนมันสะดวกไปหมด ทั้งรถเมล์ รถไฟ อยากไปไหนก็ไปได้ แต่ว่าค่าใช้จ่ายมันก็เยอะ ผมก็เลยเลือกที่จะใช้การเดินดีที่สุด ประหยัดแถมยังได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วย
การเดินไปโน่นนี่ ก็ดี ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อน อากาศก็เย็นสบาย เดินนานเท่าไหร่ก็ไม่มีเหงื่อ
จนกระทั่งเมื่อสองวันก่อน..................
ผมจะต้องเดินไปคณะเพื่อเรียนตอนบ่ายโมง ก็กะเวลาเอาวะ เดินก็ประมาณ 20 นาที ค่อยๆ ไปถึงพอดีเวลา เพราะวันนี้เป็นการเรียนวิชาใหม่วันแรก และสำคัญเสียด้วย เลยไม่อยากพลาด (แถมมีเช็คชื่อเข้าเรียนอีก) จากนั้นก็จัดแจงเตรียมตัวออกเดินไปอย่างสบายใจ
ตามเวลาที่กำหนด ผมก็ออกจากบ้านอย่างสบายใจ เพราะเวลา 20 นาที เนี่ยะ เหลือๆๆ
อากาศวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีแดด แต่ลมแรง!!!!!
ผมเดินไปสักพัก นานพอควร แต่พอดูระยะทางเอ๊ะ ทำไม่ยังไม่ได้ครึ่งทางเลย เลยเริ่มเฉลียวใจ???????
มาถึงบางอ้อ เอ้าเดินก้าวนึงก็เป๋ไปซ้าย เดินอีกก้าวเป๋ไปขวา เดินอีกก็มีหยุดบ้าง มีดึงโช้คไปข้างหลังบ้าง สรุปแล้วได้ที่ช้าเพราะลมพัดไปซ้ายบ้าง ขาวบ้าง เข้าหน้าบ้าง ผงะซะหลายเที่ยว
เวลาก็ผ่านไป ตามกำหนด 20 นาทีใกล้บรรลุ แต่ยังไปไม่ถึงไหน ขาเริ่มเกร็ง อยากจ้ำอ้าวก็ไปไม่ได้ เดินสองถอยหนึ่งไปประดุจกำลังเต้นลีลาศ (กับคุณครูบุญเลิศลีลาศ สยามสแควร์ แอบเก่านะเนี่ยะ)
กว่าจะถึงคณะล่อไปเกือบครึ่งชั่วโมง ดีนะว่าอาจารย์มาช้า เลยทันเรียนพอดี
แต่ตลอดสองชั่วโมง จิตใจกลับไม่ค่อยอยู่กับการเรียนเพราะว่า "ปวดขา" ตะคริวจะขึ้นเอาอ่ะ
สรุปแล้ว บทเรียนครั้งนี้ทำให้รู้ว่า เดินเล่นเดินกินลมที่นี่ ไม่มีจริง!!! เพราะที่นี่เราไม่ได้กินลม แต่ลมน่ะ กินเรา
มาอยู่ที่นี่อย่างที่เคยบอกว่าไปไหนมาไหนมันสะดวกไปหมด ทั้งรถเมล์ รถไฟ อยากไปไหนก็ไปได้ แต่ว่าค่าใช้จ่ายมันก็เยอะ ผมก็เลยเลือกที่จะใช้การเดินดีที่สุด ประหยัดแถมยังได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วย
การเดินไปโน่นนี่ ก็ดี ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อน อากาศก็เย็นสบาย เดินนานเท่าไหร่ก็ไม่มีเหงื่อ
จนกระทั่งเมื่อสองวันก่อน..................
ผมจะต้องเดินไปคณะเพื่อเรียนตอนบ่ายโมง ก็กะเวลาเอาวะ เดินก็ประมาณ 20 นาที ค่อยๆ ไปถึงพอดีเวลา เพราะวันนี้เป็นการเรียนวิชาใหม่วันแรก และสำคัญเสียด้วย เลยไม่อยากพลาด (แถมมีเช็คชื่อเข้าเรียนอีก) จากนั้นก็จัดแจงเตรียมตัวออกเดินไปอย่างสบายใจ
ตามเวลาที่กำหนด ผมก็ออกจากบ้านอย่างสบายใจ เพราะเวลา 20 นาที เนี่ยะ เหลือๆๆ
อากาศวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีแดด แต่ลมแรง!!!!!
ผมเดินไปสักพัก นานพอควร แต่พอดูระยะทางเอ๊ะ ทำไม่ยังไม่ได้ครึ่งทางเลย เลยเริ่มเฉลียวใจ???????
มาถึงบางอ้อ เอ้าเดินก้าวนึงก็เป๋ไปซ้าย เดินอีกก้าวเป๋ไปขวา เดินอีกก็มีหยุดบ้าง มีดึงโช้คไปข้างหลังบ้าง สรุปแล้วได้ที่ช้าเพราะลมพัดไปซ้ายบ้าง ขาวบ้าง เข้าหน้าบ้าง ผงะซะหลายเที่ยว
เวลาก็ผ่านไป ตามกำหนด 20 นาทีใกล้บรรลุ แต่ยังไปไม่ถึงไหน ขาเริ่มเกร็ง อยากจ้ำอ้าวก็ไปไม่ได้ เดินสองถอยหนึ่งไปประดุจกำลังเต้นลีลาศ (กับคุณครูบุญเลิศลีลาศ สยามสแควร์ แอบเก่านะเนี่ยะ)
กว่าจะถึงคณะล่อไปเกือบครึ่งชั่วโมง ดีนะว่าอาจารย์มาช้า เลยทันเรียนพอดี
แต่ตลอดสองชั่วโมง จิตใจกลับไม่ค่อยอยู่กับการเรียนเพราะว่า "ปวดขา" ตะคริวจะขึ้นเอาอ่ะ
สรุปแล้ว บทเรียนครั้งนี้ทำให้รู้ว่า เดินเล่นเดินกินลมที่นี่ ไม่มีจริง!!! เพราะที่นี่เราไม่ได้กินลม แต่ลมน่ะ กินเรา
Saturday, 24 January 2009
Lampan
แหล่มป๊าน หรือโคมไฟนั่นเองครับ
ผมมาอยู่ที่นี่ประมาณห้าเดือนได้แล้ว กิจกรรมที่โปรดปรานที่นี่ก็คือการช็อปปิ้ง แต่ช็อบในที่นี้ไม่ใช่การซื้อของเบรนด์เนมหรูหรานะครับ แต่เป็นการขยันเดินไปช็อปปิ้งที่ร้านขายของมือสองน่ะครับ
ที่ผมเคนเล่าไปแล้วน่ะครับ ที่ลุนด์เนี่ยะมีร้านขายของมือสองใหญ่ๆหน่อยสองสามร้าน แต่ผมมีร้านโปรดอยู่ร้านเดียวครับ ชื่อว่าร้าน ERIKSJÄPEN ที่ชอบร้านนี่น่ะก็เพราะว่ามันถูก ของที่ร้านนี้นำมาขายมาจากของบริจาคน่ะครับ ดังนั้นของมันเลยถูก
ผมอุดหนุนร้านนี้มามากแล้ว แต่ของที่ซื้อมากที่สุดจากร้านนี้ก็คือโคมไฟ ทั้งตั้งโต๊ะ ห้อยเพดาน ฯลฯ
ไอ้ตอนที่อยู่เมืองไทยเนี่ยะในห้องก็มีโคมไฟเหมือนกัน แต่มีอยู่โคมเดียว พอมาอยู่นี่ไม่ต้องเสียค่าไฟ ละเปิดไม่บันยะบันยังเลย อยู่เมืองไทยชอบนอนมืดๆ มานี่ละทำตัวไฮโซนอนก็ต้องมีการเปิดโคมไฟทิ้งไว้ซักโคมนึง ห้องจะได้ไม่มืดเกินไป (ดูซิ นี่ถ้าต้องจ่ายค่าไฟ สงสัยได้ผิดไฟนอนสองทุ่มทุกวัน)
นี่ยิ่งตอนนี้เพิ่งไปสอยโคมไฟมาอีกแล้ว กะว่าจะเอากลับไปปล่อยขายที่เมืองไทย อิอิ คิดดูนะตอนนี้ในห้องผมเนี่ยะมันมีโคมไฟทั้งหมดเลยนะตอนนี้มี 6 โคมแล้วอ่ะ ตอนที่เขียนนี่อารมณ์ดีเปิดมันหมดเลย สว่างไปทั้งห้อง (เฮ้อ ไม่เข้าใจว่าอารมณ์ไหน)
วันนี้ก็เลยจะเอารูปมาลงน่ะว่าโคมที่ซื้อมาเป็นไงบ้าง

นี่เลยครับ โคมไฟอันแรก อิอิ 25 โครน

โคมไฟอ่านหนังสือ 65 โครน
โคมไฟเพดาน 85 โครน
นี่ครับสองอันสุดท้ายเพิ่งถอยมา

โคมไฟห้อยเพดาน 50 โครน กับโคมแก้วราคา 55 โครน
นอกจากนี้ก็ยังมีอีกประปราย และจะยังมีต่อไปอีกแน่เลย
ว่าแต่กลับเมืองไทยค่าไฟมันแพงนี่หว่า สงสัยเอากลับไปไว้โชว์อย่างเดียว ไม่เปิด
อ้อ ลืมไปตอนนี้โครนละประมาณ 4.30 บาทครับ คูณเอาเอง
ผมมาอยู่ที่นี่ประมาณห้าเดือนได้แล้ว กิจกรรมที่โปรดปรานที่นี่ก็คือการช็อปปิ้ง แต่ช็อบในที่นี้ไม่ใช่การซื้อของเบรนด์เนมหรูหรานะครับ แต่เป็นการขยันเดินไปช็อปปิ้งที่ร้านขายของมือสองน่ะครับ
ที่ผมเคนเล่าไปแล้วน่ะครับ ที่ลุนด์เนี่ยะมีร้านขายของมือสองใหญ่ๆหน่อยสองสามร้าน แต่ผมมีร้านโปรดอยู่ร้านเดียวครับ ชื่อว่าร้าน ERIKSJÄPEN ที่ชอบร้านนี่น่ะก็เพราะว่ามันถูก ของที่ร้านนี้นำมาขายมาจากของบริจาคน่ะครับ ดังนั้นของมันเลยถูก
ผมอุดหนุนร้านนี้มามากแล้ว แต่ของที่ซื้อมากที่สุดจากร้านนี้ก็คือโคมไฟ ทั้งตั้งโต๊ะ ห้อยเพดาน ฯลฯ
ไอ้ตอนที่อยู่เมืองไทยเนี่ยะในห้องก็มีโคมไฟเหมือนกัน แต่มีอยู่โคมเดียว พอมาอยู่นี่ไม่ต้องเสียค่าไฟ ละเปิดไม่บันยะบันยังเลย อยู่เมืองไทยชอบนอนมืดๆ มานี่ละทำตัวไฮโซนอนก็ต้องมีการเปิดโคมไฟทิ้งไว้ซักโคมนึง ห้องจะได้ไม่มืดเกินไป (ดูซิ นี่ถ้าต้องจ่ายค่าไฟ สงสัยได้ผิดไฟนอนสองทุ่มทุกวัน)
นี่ยิ่งตอนนี้เพิ่งไปสอยโคมไฟมาอีกแล้ว กะว่าจะเอากลับไปปล่อยขายที่เมืองไทย อิอิ คิดดูนะตอนนี้ในห้องผมเนี่ยะมันมีโคมไฟทั้งหมดเลยนะตอนนี้มี 6 โคมแล้วอ่ะ ตอนที่เขียนนี่อารมณ์ดีเปิดมันหมดเลย สว่างไปทั้งห้อง (เฮ้อ ไม่เข้าใจว่าอารมณ์ไหน)
วันนี้ก็เลยจะเอารูปมาลงน่ะว่าโคมที่ซื้อมาเป็นไงบ้าง

นี่เลยครับ โคมไฟอันแรก อิอิ 25 โครน
โคมไฟอ่านหนังสือ 65 โครน
โคมไฟเพดาน 85 โครนนี่ครับสองอันสุดท้ายเพิ่งถอยมา

โคมไฟห้อยเพดาน 50 โครน กับโคมแก้วราคา 55 โครนนอกจากนี้ก็ยังมีอีกประปราย และจะยังมีต่อไปอีกแน่เลย
ว่าแต่กลับเมืองไทยค่าไฟมันแพงนี่หว่า สงสัยเอากลับไปไว้โชว์อย่างเดียว ไม่เปิด
อ้อ ลืมไปตอนนี้โครนละประมาณ 4.30 บาทครับ คูณเอาเอง
Wednesday, 7 January 2009
My menu
อยู่มาพักใหญ่วันนี้ขอรวบรวมเมนูที่ภูมิใจเสนอนะครับ
อย่างแรก ง่ายมากผัดพริกหยวกหมู กับน้ำแกงกระหล่ำปลี
ราดหน้าไก่ไฮโซ อันนี้ก็อร่อยครับ
กุนเชียงทอด จากกานต์เพื่อนรักจากเมืองไทย (กูกินแล้วนะ มีรูปยืนยัน)
ล่าสุด ส้มตำแครอท
แต่ไม่ได้มีแค่นี้นะ เพราะยังมีผัดถั่วงอก ผัดผักตามท้องถิ่น สุกี้ ผัดไทย ผัดซีอิ้ว ผัดขี้เมา ข้าวผัดหมู ไก่ กุ้ง ข้าวผัดอเมริกัน ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ข้าวต้มหมู ไก่ กุ้ง ข้าวมันไก่ ไก่ย่าง หมูอบ ยำไก่ย่าง ยำทูน่า ยำวุ้นเส้น ยำมาม่า ยำหมูยอ ยำทะเล ยำไส้กรอก มาม่าต้ม ผัดกระเพรา แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด แพนงหมู ไก่ แกงมัสมั่น ต้มยำไก่ ต้มข่าไก่ ข้าวไข่เจียว ไก่ผัดขิง ไก่ผัดพริกปาปริก้า หมูไก่ผัดพริกแกง มักโรนีผัดไก่ กุ้ง แกงส้มปลาซอลมอน-ทูน่า สลัด
โอ้ยยยย ไปๆ มาๆ เยอะนะเนี่ยะ นี่ไม่รวมหมูหยอง หรือน้ำพริกของอี๊เจ็งที่ฝากมาอีกนะ (ตอนนี้ยังมีเหลืออยู่เลย)
อย่างแรก ง่ายมากผัดพริกหยวกหมู กับน้ำแกงกระหล่ำปลีแต่ไม่ได้มีแค่นี้นะ เพราะยังมีผัดถั่วงอก ผัดผักตามท้องถิ่น สุกี้ ผัดไทย ผัดซีอิ้ว ผัดขี้เมา ข้าวผัดหมู ไก่ กุ้ง ข้าวผัดอเมริกัน ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ข้าวต้มหมู ไก่ กุ้ง ข้าวมันไก่ ไก่ย่าง หมูอบ ยำไก่ย่าง ยำทูน่า ยำวุ้นเส้น ยำมาม่า ยำหมูยอ ยำทะเล ยำไส้กรอก มาม่าต้ม ผัดกระเพรา แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด แพนงหมู ไก่ แกงมัสมั่น ต้มยำไก่ ต้มข่าไก่ ข้าวไข่เจียว ไก่ผัดขิง ไก่ผัดพริกปาปริก้า หมูไก่ผัดพริกแกง มักโรนีผัดไก่ กุ้ง แกงส้มปลาซอลมอน-ทูน่า สลัด
โอ้ยยยย ไปๆ มาๆ เยอะนะเนี่ยะ นี่ไม่รวมหมูหยอง หรือน้ำพริกของอี๊เจ็งที่ฝากมาอีกนะ (ตอนนี้ยังมีเหลืออยู่เลย)
Carrot (Morot) Pok Pok
มาอยู่ซะหลายเดือน ก็เลยอยากกินส้มตำขึ้นมา เมนูแนะนำก็เลยเป็นส้มตำแครอทครับ
เมนูนี้ทำครั้งแรกเมื่อครั้งบิ๊กมาเยี่ยม วันนี้อยากกินอีกก็เลยทำไง ง่ายๆ ครับ
ใช้แครอท กระเที่ยม พริก ถั่วลิสง (ซื้อได้ใน netto) น้ำปลา น้ำตาลทราย (ถูๆ ไถๆ ได้) ลาม (lame) หรือมะนาวฝรั่ง แถมกุ้งอีกนิดเพิ่มความไฮโซ
แค่นี้ ทุบๆ คลุกๆ ก็อร่อยแล้ว
เมนูนี้ทำครั้งแรกเมื่อครั้งบิ๊กมาเยี่ยม วันนี้อยากกินอีกก็เลยทำไง ง่ายๆ ครับ
แค่นี้ ทุบๆ คลุกๆ ก็อร่อยแล้ว
A big refrigelator / fridge (Kylskåp)
นึกถึงตอนอยู่เมืองไทยน่ะครับตอนนี้
ตอนอยู่เมืองไทยเนี่ยะเวลาอากาศร้อน จนน่ารำคาญ สมัยเด็กๆ ผมชอบเปิดตู้เย็นแล้วเอาตัวไปอิงไอเย็นจากในตู้ หรือยิ่งเวลาเปิดช่องแช่แข็งด้วยแล้ว ไม่วายเอาหน้าชะโงกเข้าไปรับไออุ่นจากช่องฟรีซเสียร่ำไป
มาตอนนี้มาอยู่ที่ประเทศสวีเดน มันช่างแตกต่างกลายเป็นว่านอกห้องเป็นช่องแช่แข็ง แล้วผมอยู่ในห้องที่กลายเป็นนอกตู้เย็นไปเสียนี่ อย่างวันนี้ผมอยากกินโค้กเย็น แทนที่จะต้องอาศัยตู้เย็น กลับเพียงแต่แง้มหน้าต่างแล้วเอาขวดโค้กไปวาง
ทิ้งไว้สักครู่ โค้กก็เย็นพร้อมดื่มแล้ว
โอ้ยยยย สบายจริงวุ๊ยยยย มีตู้เย็นใบหญ่ายยยยยย
ตอนอยู่เมืองไทยเนี่ยะเวลาอากาศร้อน จนน่ารำคาญ สมัยเด็กๆ ผมชอบเปิดตู้เย็นแล้วเอาตัวไปอิงไอเย็นจากในตู้ หรือยิ่งเวลาเปิดช่องแช่แข็งด้วยแล้ว ไม่วายเอาหน้าชะโงกเข้าไปรับไออุ่นจากช่องฟรีซเสียร่ำไป
ทิ้งไว้สักครู่ โค้กก็เย็นพร้อมดื่มแล้ว
โอ้ยยยย สบายจริงวุ๊ยยยย มีตู้เย็นใบหญ่ายยยยยย
Tuesday, 6 January 2009
Trettonafton; Trettondagen
แหมมมมมม อดอยากปากแห้งมาซะหลายวัน วันนี้ตั้งเป้าเต็มที่ในการซื้อของรับประทาน ก็เลือกวันเต็มที่ด้วยวันนี้เป็นวันอังคาร ที่ไม่ออกวันจันทร์เพราะร้านรวงบางร้านมันไม่เป็น มันเริ่มเปิดวันอังคาร ดังนั้นวันนี้ละเหมาะที่สุด
ออกจากหอเดินฝ่าอากาศหนาวติดลบ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำแข็ง ด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยมในการช็อปปิ้ง
เดินเริ่มเข้าเมืองเริ่ทชักเอะใจว่าทำไมคนน้อยๆ พิกล
ยิ่งเข้ากลางเมืองยิ่งน้อย แล้วนี่ก็ปาเข้าไปเที่ยงแล้วทำไมร้านยังไม่เปิดกันอีก เฮ้อขี้เกียวจกันจริงๆ คนที่นี่ (ผมนึกในใจ)
ร้านค้าที่มุ่งหลายมาซื้อของก็ปิด เอ๊ะชักยังไงๆ
สรุปอ้าววันนี้ทำไมร้านไม่เปิดกันเลยล่ะ งง วันอะไรอีกล่ะคราวนี้
พอไปดูมันเขียนว่าหยุดวัน Trettonafton บางร้านเขียน Trettondagen เลยต้องงัดวิชาภาษาสวี๋วี่วี แบบงูๆ ปลาๆ ออกมาแปล ได้ความว่า เตรตโตน คือ สิบสาม อาฟโตน แปลว่าตอนเย็น ดาเก็น แปลว่าวัน
สรุป งง
แต่ด้วยความเฉลียวที่ไม่ฉลาด นับได้ว่าวันนี้เป็นวันหลังคริสต์มาสวันที่สิบสาม ก็มาถึงบางออ อ่อ อ้อ มันคงหยุดวันที่สิบสามหลังคริสต์มาสเป็นแน่
แต่จะหยุดทำไง อันนี้ไม่ทราบเกล้าจริงๆ
ว่าแต่วันนี้ออกมาได้แต่ช็อบในซุปเปอร์มาเก็ตไฮโซ แทนที่ตลาดข้างถนน
ออกจากหอเดินฝ่าอากาศหนาวติดลบ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำแข็ง ด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยมในการช็อปปิ้ง
เดินเริ่มเข้าเมืองเริ่ทชักเอะใจว่าทำไมคนน้อยๆ พิกล
ยิ่งเข้ากลางเมืองยิ่งน้อย แล้วนี่ก็ปาเข้าไปเที่ยงแล้วทำไมร้านยังไม่เปิดกันอีก เฮ้อขี้เกียวจกันจริงๆ คนที่นี่ (ผมนึกในใจ)
ร้านค้าที่มุ่งหลายมาซื้อของก็ปิด เอ๊ะชักยังไงๆ
สรุปอ้าววันนี้ทำไมร้านไม่เปิดกันเลยล่ะ งง วันอะไรอีกล่ะคราวนี้
พอไปดูมันเขียนว่าหยุดวัน Trettonafton บางร้านเขียน Trettondagen เลยต้องงัดวิชาภาษาสวี๋วี่วี แบบงูๆ ปลาๆ ออกมาแปล ได้ความว่า เตรตโตน คือ สิบสาม อาฟโตน แปลว่าตอนเย็น ดาเก็น แปลว่าวัน
สรุป งง
แต่ด้วยความเฉลียวที่ไม่ฉลาด นับได้ว่าวันนี้เป็นวันหลังคริสต์มาสวันที่สิบสาม ก็มาถึงบางออ อ่อ อ้อ มันคงหยุดวันที่สิบสามหลังคริสต์มาสเป็นแน่
แต่จะหยุดทำไง อันนี้ไม่ทราบเกล้าจริงๆ
ว่าแต่วันนี้ออกมาได้แต่ช็อบในซุปเปอร์มาเก็ตไฮโซ แทนที่ตลาดข้างถนน
-9 ํC
ช่วงนี้ไม่จำเป็นเนียะ ตอนนี้ไม่ขอออกไปไหนเลยนะ
คิดได้ไง ไหนก่อนมาเช็คแล้วเช็คเล่าเขาว่าที่ลุนด์เนี่ยะอุณหภูมิต่ำสุดแต่ 0 องศา หรือเต็มที่ก็ -1 องศา แต่ไหงมาตอนนี้มันหนาวไม่ยั้งเลยอ่ะ วันนี้ล่อเข้าไป -9 องศาเซลเซียส
นี่อุตส่าห์เช็คจากเว็บแล้วนะเขาว่าเต็มที่ก็ -3 แต่ทำไมวิ่งไปดูปรอทวัดอุณหภูมิ ทำไมปรอทมัน -9 แล้วอ่ะ นี่ขนาดไม่ได้บวกแรงลมที่พัดอีกนะ
เมื่อวานนี้แต่เดินออกไปข้างนอกนิดเดียว หน้าตึงเจ็บไปหมด น้ำมูกไหลจนเยื่อโพรงจมูกอักเสบ อาทิตย์ก่อนจมูกปวดบวมแดงเป็นชมพู่เลย
แถมนานๆ แดดจะออกที ออกมาคราหนึ่งก็คิดจะวิ่งเอาหน้าไปรับแดด ก็หนีไปซะแล้ว
เซร็งอยากอาบแดด (อยู่มาไม่นานเข้าใจหัวใจชาวสแกนดิเนเวียนที่ชอบอาบแดด)
คิดได้ไง ไหนก่อนมาเช็คแล้วเช็คเล่าเขาว่าที่ลุนด์เนี่ยะอุณหภูมิต่ำสุดแต่ 0 องศา หรือเต็มที่ก็ -1 องศา แต่ไหงมาตอนนี้มันหนาวไม่ยั้งเลยอ่ะ วันนี้ล่อเข้าไป -9 องศาเซลเซียส
นี่อุตส่าห์เช็คจากเว็บแล้วนะเขาว่าเต็มที่ก็ -3 แต่ทำไมวิ่งไปดูปรอทวัดอุณหภูมิ ทำไมปรอทมัน -9 แล้วอ่ะ นี่ขนาดไม่ได้บวกแรงลมที่พัดอีกนะ
เมื่อวานนี้แต่เดินออกไปข้างนอกนิดเดียว หน้าตึงเจ็บไปหมด น้ำมูกไหลจนเยื่อโพรงจมูกอักเสบ อาทิตย์ก่อนจมูกปวดบวมแดงเป็นชมพู่เลย
แถมนานๆ แดดจะออกที ออกมาคราหนึ่งก็คิดจะวิ่งเอาหน้าไปรับแดด ก็หนีไปซะแล้ว
เซร็งอยากอาบแดด (อยู่มาไม่นานเข้าใจหัวใจชาวสแกนดิเนเวียนที่ชอบอาบแดด)
Thursday, 1 January 2009
Gott Nytt År
สวัสดีปีใหม่ตามเวลาของประเทศสวีเดนครับทุกคน
ปีใหม่ปีนี้คงเป็นปีแรกที่หนุ่ยไม่ได้อยู่เมืองไทยในวันปีใหม่ แม้ว่าที่สวีเดนจะดูเหมือนน่าสนใจในการฉลองปีใหม่ในต่างแดน แต่สำหรับผม มันไม่ได้แตกต่างไปเลยครับ
ด้วยผมไม่ค่อยให้ความสำคัญกับปีใหม่เท่าไหร่อยู่แล้ว ผมให้ความสำคัญกับวัน เวลา ปัจจุบันมากกว่า
ชั่วโมงใหม่ วันใหม่ ปีใหม่ ไม่ได้แตกต่างกันเลยนะครับ เพราะมันก็เป็นแค่จุดชี้วัดว่าสิ่งที่เป็นปัจจุบัน ที่กำลังจะเข้าสู่อนาคต และสิ่งที่เราสร้างหรือทำขึ้นมานั้นกลายเป็นอดีตไปแล้ว
ปีใหม่ วันใหม่ ชั่วโมงใหม่ นาทีใหม่ หรือวินาทีใหม่ จะดีหรือไม่ มันขึ้นกับตอนนี้ วันนี้ เวลานี้ ชั่วโมงนี้ นาทีนี้ และวินาทีนี้ครับ
ทำวันนี้ให้ดี เพื่อวันพรุ่งนี้ไงครับ
กมฺมุนา วตฺตตี โล โก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมครับ
ปีใหม่ปีนี้คงเป็นปีแรกที่หนุ่ยไม่ได้อยู่เมืองไทยในวันปีใหม่ แม้ว่าที่สวีเดนจะดูเหมือนน่าสนใจในการฉลองปีใหม่ในต่างแดน แต่สำหรับผม มันไม่ได้แตกต่างไปเลยครับ
ด้วยผมไม่ค่อยให้ความสำคัญกับปีใหม่เท่าไหร่อยู่แล้ว ผมให้ความสำคัญกับวัน เวลา ปัจจุบันมากกว่า
ชั่วโมงใหม่ วันใหม่ ปีใหม่ ไม่ได้แตกต่างกันเลยนะครับ เพราะมันก็เป็นแค่จุดชี้วัดว่าสิ่งที่เป็นปัจจุบัน ที่กำลังจะเข้าสู่อนาคต และสิ่งที่เราสร้างหรือทำขึ้นมานั้นกลายเป็นอดีตไปแล้ว
ปีใหม่ วันใหม่ ชั่วโมงใหม่ นาทีใหม่ หรือวินาทีใหม่ จะดีหรือไม่ มันขึ้นกับตอนนี้ วันนี้ เวลานี้ ชั่วโมงนี้ นาทีนี้ และวินาทีนี้ครับ
ทำวันนี้ให้ดี เพื่อวันพรุ่งนี้ไงครับ
กมฺมุนา วตฺตตี โล โก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมครับ
Wednesday, 31 December 2008
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๒
ตอนนี้ก็ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ที่ประเทศไทยแล้ว
ปีนี่เป็นปีแรกที่ผมอยู่ต่างประเทศในช่วงคืนข้ามปี อิอิ
เลยอยากเขียนฝากบอกไปยังทุกคนที่เมืองไทยว่า สวัสดีปีฉลู นะครับ อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเราจริงๆ ยื่งปีนี้ด้วยแล้ว เราก็ฉลองมันคนเดียวนี่แหละ นั่งเล่นอยู่ในห้อง ไม่ได้ไปไหนมากมาย แต่วันนี้ไปซื้อของมาตุนไว้กินแล้ว เพราะพรุ่งนี้ร้านรวงมันปิดกันอีกแล้ว
โอ้ย ออกไปคุ้งไปแควอีกแล้ว
เอาเป็นว่าปีใหม่นี้ ขอให้ทุกคนมีปัญญาประดุจแก้ว ฉลาดปราดเปรื่องทุกเรื่องทุกสิ่ง มีความสุขบนความพอดีของชีวิตนะครับทุกคน
เคเจ
ปีนี่เป็นปีแรกที่ผมอยู่ต่างประเทศในช่วงคืนข้ามปี อิอิ
เลยอยากเขียนฝากบอกไปยังทุกคนที่เมืองไทยว่า สวัสดีปีฉลู นะครับ อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเราจริงๆ ยื่งปีนี้ด้วยแล้ว เราก็ฉลองมันคนเดียวนี่แหละ นั่งเล่นอยู่ในห้อง ไม่ได้ไปไหนมากมาย แต่วันนี้ไปซื้อของมาตุนไว้กินแล้ว เพราะพรุ่งนี้ร้านรวงมันปิดกันอีกแล้ว
โอ้ย ออกไปคุ้งไปแควอีกแล้ว
เอาเป็นว่าปีใหม่นี้ ขอให้ทุกคนมีปัญญาประดุจแก้ว ฉลาดปราดเปรื่องทุกเรื่องทุกสิ่ง มีความสุขบนความพอดีของชีวิตนะครับทุกคน
เคเจ
Saturday, 27 December 2008
Julmust
แหมวันนี้ว่าจะเขียนเกี่ยวกับเครื่องดืมสำหรับเทศกาลคริสต์มาสสำหรับที่ประเทศสวีเดนกันหน่อย

พอเข้าใกล้คริสต์มาสที่สวีเดน เขาก็จะต้องดื่มเครื่องดืมสำหรับเทศกาลนี้ ก็คือ Julmust (หยู่ลมู๊ส) ซึงจะมีขายเฉพาะในช่วงนี้เท่านั้น
หน้าตาก็คล้ายโค้ก แป๊บซี่ เทือกๆนั้นน่ะ
แต่ถ้าถามเรื่องรสชาดแล้ว โอ้ย อย่าให้ said ใครเคยไปหาพ่อหมอแม่หมอ เจ้าพ่อเจ้าแม่สำนักต่างๆ หรือไปหาพระแล้วได้เคยกินน้ำมนต์ที่มีน้ำตาเทียนลอยอยู่สักอึกละก้อ นึกออกมั๊ย
รสเหมือนเอาโค้กเปิดขวดทิ้งไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน เพื่อเอาไว้กินตอนธันวาคม แล้วเอาเทียนมาหยดน้ำตาเทียนลอยนิดหน่อย รสแบบ แปล่มๆอ่ะ
เฮ้อ อร่อยตรงไหนเนี่ยะ แต่ก็นะ เทศกาลเขาก็เอาซะหน่อย

พอเข้าใกล้คริสต์มาสที่สวีเดน เขาก็จะต้องดื่มเครื่องดืมสำหรับเทศกาลนี้ ก็คือ Julmust (หยู่ลมู๊ส) ซึงจะมีขายเฉพาะในช่วงนี้เท่านั้นหน้าตาก็คล้ายโค้ก แป๊บซี่ เทือกๆนั้นน่ะ
แต่ถ้าถามเรื่องรสชาดแล้ว โอ้ย อย่าให้ said ใครเคยไปหาพ่อหมอแม่หมอ เจ้าพ่อเจ้าแม่สำนักต่างๆ หรือไปหาพระแล้วได้เคยกินน้ำมนต์ที่มีน้ำตาเทียนลอยอยู่สักอึกละก้อ นึกออกมั๊ย
รสเหมือนเอาโค้กเปิดขวดทิ้งไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน เพื่อเอาไว้กินตอนธันวาคม แล้วเอาเทียนมาหยดน้ำตาเทียนลอยนิดหน่อย รสแบบ แปล่มๆอ่ะ
เฮ้อ อร่อยตรงไหนเนี่ยะ แต่ก็นะ เทศกาลเขาก็เอาซะหน่อย
หมอนขนเป็ด
แหม ไอ้เราน่ะได้ยินมานานเรื่องหมอนขนเป็ดว่ามันดี แพง
เมื่อวานนี้สบโอกาสช็อปปิ้งมาเพราะลดราคาจากใบละ 149 โครน เหลือขายสองใบ 99 โครน ถูกมาก แถมเป็นของ Hemtex เลยนะ ที่นี่ยี่ห้อนี้ ไม่ลดราคาซื้อไม่ลง เพราะแพงมั่กๆๆๆๆๆ
มีรึจะไม่ถอยหมอน (อุ็้้ยยยยย++++ น่าเกลียดได้โล่) ใหม่มาสองใบ หมอนจริงๆๆๆๆๆๆ
กะว่าคืนนี้จะนอนหมอนใหม่ซะหน่อยคงจะหลับสบาย
แกะหมอนใส่ปลอกเรียบร้อย ง่วงได้ที่ปีนเตียงไปเอาหน้าซบหมอน กะนอนหลับปุ๋ย
ต้องสดุ้งเฮือก!!! ประหนึ่งโดนฆาตรกรรม เพราะนังหมอนขนเป็ดนะสิ มันเหมือนกันทุกประเทศหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ขนเป็ดสวีเดนทำไมมันเหม็นได้โล่ขนาดนี้
นอนไปเนี่ยะ นึกว่าเดินอยู่ตลาดขายเป็ดไก่ ที่ซอยคาเธ่ย์ี่เยาวราช เลย
สรุปว่ามันดีหรือเปล่าเนี่ยะ
แต่ที่แน่ๆ ผมนอนคว่ำไม่ได้เลยตั้งแต่เปลี่ยนหมอน
เซร็ง
เมื่อวานนี้สบโอกาสช็อปปิ้งมาเพราะลดราคาจากใบละ 149 โครน เหลือขายสองใบ 99 โครน ถูกมาก แถมเป็นของ Hemtex เลยนะ ที่นี่ยี่ห้อนี้ ไม่ลดราคาซื้อไม่ลง เพราะแพงมั่กๆๆๆๆๆ
มีรึจะไม่ถอยหมอน (อุ็้้ยยยยย++++ น่าเกลียดได้โล่) ใหม่มาสองใบ หมอนจริงๆๆๆๆๆๆ
กะว่าคืนนี้จะนอนหมอนใหม่ซะหน่อยคงจะหลับสบาย
แกะหมอนใส่ปลอกเรียบร้อย ง่วงได้ที่ปีนเตียงไปเอาหน้าซบหมอน กะนอนหลับปุ๋ย
ต้องสดุ้งเฮือก!!! ประหนึ่งโดนฆาตรกรรม เพราะนังหมอนขนเป็ดนะสิ มันเหมือนกันทุกประเทศหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ขนเป็ดสวีเดนทำไมมันเหม็นได้โล่ขนาดนี้
นอนไปเนี่ยะ นึกว่าเดินอยู่ตลาดขายเป็ดไก่ ที่ซอยคาเธ่ย์ี่เยาวราช เลย
สรุปว่ามันดีหรือเปล่าเนี่ยะ
แต่ที่แน่ๆ ผมนอนคว่ำไม่ได้เลยตั้งแต่เปลี่ยนหมอน
เซร็ง
เหมยขาบบุกเมือง
เหมยขาบน่ะ มันไม่ใช่สายพันธุ์ของตะขาบนะ !!!!
อากาศที่ลุนด์ช่วงนี้ก็ผีเข้าผีออก ไม่รู้ว่าอากาศเป็นฤดูไหนกันแน่
เดี๋ยวแดดออก เดี๋ยวครึ้ม เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวฝน เดี๋ยวหิมะ เดี๋ยวลม เดี๋ยวแห้ง เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ บางวันดีหน่อยเจอมันครบทุกอย่างเลย
แต่ตอนนี้อากาศโดยทั่วไปของลุนด์นั้นเป็นฤดูหนาวครับ อากาศโดยรวมตอนนี้ก็ติดลมอยู่ เฉลี่ยตามปรอทวัดอุณหภูมิก็ประมาณ -5 ถึง -2 แล้วแต่วัน
แต่อากาศแบบนี้น่ะ มันแห้งมาก ตื่นมาเช้าๆ สนามหญ้ากลายเป็นสีขาวโพนไปหมด ไม่ใช่เพราะหิมะตกนะ แต่เป็นเพราะน้ำค้างยอดหญ้ามันแข็งน่ะ ก็เล่มหนาวต่ำกว่าจุดเยือกแข็งนี้นา
ช่วงนี้ไปไหนๆ ในเมืองนี้ ก็จะเจอเหมยขาบหรือแม้คะนิ้งอยู่ทั่วเมืองร่ำไป
อากาศที่ลุนด์ช่วงนี้ก็ผีเข้าผีออก ไม่รู้ว่าอากาศเป็นฤดูไหนกันแน่
เดี๋ยวแดดออก เดี๋ยวครึ้ม เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวฝน เดี๋ยวหิมะ เดี๋ยวลม เดี๋ยวแห้ง เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ บางวันดีหน่อยเจอมันครบทุกอย่างเลย
แต่ตอนนี้อากาศโดยทั่วไปของลุนด์นั้นเป็นฤดูหนาวครับ อากาศโดยรวมตอนนี้ก็ติดลมอยู่ เฉลี่ยตามปรอทวัดอุณหภูมิก็ประมาณ -5 ถึง -2 แล้วแต่วัน
แต่อากาศแบบนี้น่ะ มันแห้งมาก ตื่นมาเช้าๆ สนามหญ้ากลายเป็นสีขาวโพนไปหมด ไม่ใช่เพราะหิมะตกนะ แต่เป็นเพราะน้ำค้างยอดหญ้ามันแข็งน่ะ ก็เล่มหนาวต่ำกว่าจุดเยือกแข็งนี้นา
ช่วงนี้ไปไหนๆ ในเมืองนี้ ก็จะเจอเหมยขาบหรือแม้คะนิ้งอยู่ทั่วเมืองร่ำไป
Subscribe to:
Posts (Atom)