การจากลานั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ค่อยชอบ
ชีวิตพบต้องเผชิญกับการจากมาตั้งแต่เด็ก เมื่อผมอายุได้สิบขวบผมก็ตัดสินใจที่จะเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ
ไม่ผิดหรอกครับ ผมตัดสินใจเอง
อาปา อาม้า เป็นคนที่มองหาอนาคตให้ลูกๆ เสมอ ทั้งสองคนเรียนมาน้อย (อาปาจบป.6 อาม้าจบแค่ ป.4) แต่ทั้งสองคนให้การสนับสนุนด้านการเรียนแก่ลูกๆ เป็นอย่างมาก ทั้งสองท่านอยากให้ลูกๆได้เข้าเรียนในโรงเรียนดีๆ ที่มากกว่าโรงเรียนประจำเทศบาลที่พวกเราเข้าเรียนกันมาตั้งแต่เด็ก (โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโมกข์) ดังนั้นพอพี่สาวผมอายุ 12 ขวบ ก็มาเข้าเรียนที่โรงเรียนประตูชัย ในจังหวัดอยุธยาชั้น ป.5 เช่นเดียวกันกับพี่ชายผม แต่เมื่อเรียนจบประถมศึกษาก็พยายามที่จะให้ลูกๆ ได้เรียนในกรุงเทพฯ โดยได้เข้าหุ้นกับญาติๆ เช่าตึกแถว แถวๆ หัวลำโพงไว้ห้องนึง เพื่อให้ลูกหลานเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ พี่สาวและพี่ชายผมเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ในระดับมัธยมศึกษา โดยพี่สาวเรียนที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม พี่ชายเรียนที่โรงเรียนเทพศิรินทร์
แต่กับผมซึ่งเป็นลูกคนเล็กและอายุน้อยกว่าคนอื่น อาปาอาม้ากลับส่งให้มาเรียนที่ประตูชัย อยุธยาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ (ป.3) พออายุ 12 ขวบ ขึ้นชั้น ป.5 อาปาอาม้าก็ส่งผมมาเรียนในกรุงเทพฯ โรงเรียนสีตบุตรบำรุง แล้วก็เข้าโรงเรียนเทพศิรินทร์ตามพี่ชายผม
ตอนแรกอาม้าก็ยังไม่อยากให้ผมเข้ามากรุงเทพฯ สักเท่าไหร่ ต้องตัดสินใจว่าจะให้ผมมาเข้าเรียนตั้งแต่ ป.5 หรือควรรอจนเข้า ม.1 ก่อน อาม้าจึงมาถามความเห็นจากผมในขณะนั้นซึ่งอายุ 11 ขวบกว่าๆ ว่าต้องการแบบไหน อยากจะจากอาปาอาม้ามาตั้งแต่ตอนนี้ หรือว่าจะรออีก 2 ปีตอนเข้าม.1
ผมจำได้ว่าผมตอบอาม้าไปว่า "จะจากกันปีนี้หรืออีกสองปี ก็ต้องจากเหมือนกัน ดังนั้นผมจะไปตั้งแต่ปีนี้เลยแล้วกัน" ท่านทั้งสองก็เลยตัดสินใจให้ผมมาเรียนกรุงเทพฯตั้งแต่ตอน ป.5
ผมยังจำวันนั้นได้ดี กระทั่งมาเรียนกรุงเทพฯ ทุกครั้งที่กลับบ้านผมจะดีใจมากและในเย็นวันอาทิตย์ เวลา 4 โมงเย็นผมต้องกลับมากรุงเทพฯ เพื่อขึ้นรถไฟตอน 6 โมงเย็น ผมจะเข้าไปอาบน้ำและร้องไห้ในห้องน้ำทุกครั้งไป จนเรียกได้ว่าผมชินกับการจากลามาตั้งแต่เด็กก็ว่าได้
Thursday, 17 April 2008
I'm Back
สวัสดีคร้าบทู้กคนยินดีต้อนรับทุกคนกลับสู่โลกแห่งความจริงที่ต้องทำงานกันตามเวลา หลังจากหยุดพักผ่อนกับเทศกาลมหาศาลวันหยุดที่อาจทำให้ต่อเนื่องได้นานกว่าครึ่งเดือนที่ผ่านมา
สำหรับผมหลังจากเทศกาลมหาหยุดผ่านพ้นไป วันนี้ก็เป็นวันแรกที่ผมต้องกลับมาทำงานสักที ทั้งนี้เพราะว่าตั้งแต่ผ่าเท้าเมื่อวันที่ 1 เมษายน เป็นต้นมาผมก็ไม่ค่อยได้เข้ามาทำงานเลย รู้สึกว่าจะมาแค่ 2 วันเห็นจะได้
สงกรานต์ที่ผ่านมา หลายคนคงจะได้ไปสาดน้ำตู้มๆ กัน หรือปะแป้งเผียะๆ สนุกสนานร่าเริงแต่จนแล้วจนรอด กระทั่งตอนนี้เท้าของผมก็ยังคงไม่หายเป็นปกติเลย เวลาเดินยังคงกระเผลกอยู่บ้าง และยังคงเจ็บเล็กน้อยเวลาเดินเลยทำให้ลงน้ำหนักได้ไม่เต็มเท้าเท่าไหร่ ยังคงต้องทำแผลไปเรื่อยๆ คาดว่าปลายเดือนนี้ก็คงจะโอเคแล้ว
ดังนั้นผมต้องอดทุกสถานการณ์เพราะว่าแผลที่ผ่าตาปลามายังคงแผลงฤทธิ์อยู่ คาดว่ากว่าจะสิ้นฤทธิ์ก็คงใกล้สิ้นเดือนนี้ทีเดียวสงกรานต์ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีโปรกแกรมไปลั้นลาที่ไหน ดังนั้นก็เลยตกลงกับตัวเองว่าต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ไปป๊ะหน้าพ่อแม่สักครา ดังนั้นจึงไม่รอช้าจับรถเร็วจี๋ 1.2 กิโลเมตรต่อนาที มุ่งหน้าสู่อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง แล้วก็ไปค้างอยู่บ้านสักสองคืน แล้วก็รีบชิงกลับมาบ้านก่อนที่ชาวบ้านเขาจะกลับกันมา
ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว เมื่อเอ่ยถึงอำเภอป่าโมกบ้านผม ก็เลยจะมาแนะนำสักหน่อย ผมเกิดที่นี่แหละ โตที่นี่จนกระทั่งย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพตอน ป.5 สักสิบขวบเห็นจะได้
เดิมเรียกตำบลป่าโมกว่าบ้านป่าโมก เพราะว่ามีต้นโมกจำนวนมากในเขตตำบลป่าโมก ต่อมามีการเปลี่ยนระบบการปกครองบ้านป่าโมก จึงยกฐานะเป็นอำเภอป่าโมก
ถ้าใครผ่านมาแถบนี้อย่าลืมแวะมาเที่ยวกันได้นะ แต่ที่เที่ยวส่วนมากจะเป็นวัดน่ะสิ
แต่ก็ดีจะได้ทำบุญกัน
โอ้ยวันนี้หมดเวลาสนุกแล้วสิ เด๋วค่อยมาเล่ากันต่อวันหลังนะครับ
ลาก่อนคร้าบ
สำหรับผมหลังจากเทศกาลมหาหยุดผ่านพ้นไป วันนี้ก็เป็นวันแรกที่ผมต้องกลับมาทำงานสักที ทั้งนี้เพราะว่าตั้งแต่ผ่าเท้าเมื่อวันที่ 1 เมษายน เป็นต้นมาผมก็ไม่ค่อยได้เข้ามาทำงานเลย รู้สึกว่าจะมาแค่ 2 วันเห็นจะได้
สงกรานต์ที่ผ่านมา หลายคนคงจะได้ไปสาดน้ำตู้มๆ กัน หรือปะแป้งเผียะๆ สนุกสนานร่าเริงแต่จนแล้วจนรอด กระทั่งตอนนี้เท้าของผมก็ยังคงไม่หายเป็นปกติเลย เวลาเดินยังคงกระเผลกอยู่บ้าง และยังคงเจ็บเล็กน้อยเวลาเดินเลยทำให้ลงน้ำหนักได้ไม่เต็มเท้าเท่าไหร่ ยังคงต้องทำแผลไปเรื่อยๆ คาดว่าปลายเดือนนี้ก็คงจะโอเคแล้ว
ดังนั้นผมต้องอดทุกสถานการณ์เพราะว่าแผลที่ผ่าตาปลามายังคงแผลงฤทธิ์อยู่ คาดว่ากว่าจะสิ้นฤทธิ์ก็คงใกล้สิ้นเดือนนี้ทีเดียวสงกรานต์ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีโปรกแกรมไปลั้นลาที่ไหน ดังนั้นก็เลยตกลงกับตัวเองว่าต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ไปป๊ะหน้าพ่อแม่สักครา ดังนั้นจึงไม่รอช้าจับรถเร็วจี๋ 1.2 กิโลเมตรต่อนาที มุ่งหน้าสู่อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง แล้วก็ไปค้างอยู่บ้านสักสองคืน แล้วก็รีบชิงกลับมาบ้านก่อนที่ชาวบ้านเขาจะกลับกันมา
ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว เมื่อเอ่ยถึงอำเภอป่าโมกบ้านผม ก็เลยจะมาแนะนำสักหน่อย ผมเกิดที่นี่แหละ โตที่นี่จนกระทั่งย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพตอน ป.5 สักสิบขวบเห็นจะได้
เดิมเรียกตำบลป่าโมกว่าบ้านป่าโมก เพราะว่ามีต้นโมกจำนวนมากในเขตตำบลป่าโมก ต่อมามีการเปลี่ยนระบบการปกครองบ้านป่าโมก จึงยกฐานะเป็นอำเภอป่าโมกถ้าใครผ่านมาแถบนี้อย่าลืมแวะมาเที่ยวกันได้นะ แต่ที่เที่ยวส่วนมากจะเป็นวัดน่ะสิ
แต่ก็ดีจะได้ทำบุญกัน
โอ้ยวันนี้หมดเวลาสนุกแล้วสิ เด๋วค่อยมาเล่ากันต่อวันหลังนะครับ
ลาก่อนคร้าบ
Hello,
Welcome back to the real world!!
For Songkran weekend, I did not have any LULLA programme, so I went back to my hometown 'Pamok' and stayed there with my parents for 3 days.
Tuesday, 15 April 2008
Childhood Activities
กิจกรรมยามว่างของเด็กในเมืองปัจจุบัน มักจะเสียไปกับการเล่นเกมส์ การเดินซื้อเสื้อผ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่กับเด็กในสมัยผม ชีวิตในวัยเด็กมักจะเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมที่น่ากิ๊วก๊าวในสมัยนั้น หลายอย่างทีเดียว
- การจับแมลงปอ สำหรับผมแล้วการจับแมลงปอเป็นกิจกรรมจำพวก most favorite ทีเดียว เวลาเริ่มเข้าหน้าหนาว แมลงปอก็จะพากันออกมาโบยบินในทุ่งหญ้า เด็กๆ ก็จะจัดทำอุปกรณืง่ายๆ สำหรับจับแมลงปอ ประกอบด้วยไม้เหลายาวๆ สัก 2-3 เมตร ถุงพลาสติก และหนังยาง นำถุงพลาสติกผูกเข้าที่ปลายไม้ด้วยหนังยาง เสร็จแล้วก็ดำเนินกิจกรรมได้ แมลงปอหลากสี หลายลาย ทั้งแมลงปอเหลือง แมลงปอแดง แมลงดำ แมลงปอส้ม แมลงปอเขียว แมลงปอเสือ รวมไปถึงแมลงปอเข็ม
- การตกปลา ตกปลาเป็นกิจกรรมยามว่างที่ฝึกสมาธิดีสุดๆ เพราะการนั่งรอว่าต้องกระตุกเบ็ดเมื่อปลาตอดเหยื่อ ต้องอาศัยเวลามากพอควร แต่ใครๆ มักบอกว่าผมทำบาปขึ้น เพราะว่าผมมักตกปลาได้เยอะกว่าคนอื่นๆ เสมอ สมัยเด็กผมต้องนั่งเฝ้าปั๊มน้ำมัน ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับคลองส่งน้ำชลประทาน ดังนั้นจึงไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าการตกปลาเป็นกิจกรรมประจำวันทีเดียว สำหรับเบ็ดก็ง่ายมาก ต้องการเพียงไม้คัดเบ็ดซึ่งเหลาทีเดียวใช้ได้ทั้งตกปลาและจับแมลงปอ เส้นเอ็น เบ็ด ตะกั่ว ทุ่น แล้วก็เหยื่อ ดีที่ข้างปั๊มน้ำมันผมทำสวนดอกได้ด้วย ดังนั้น ไม่ยากเลยสำหรับเหยื่อก็ไส้เดือนที่ขุดได้ตัวนึงแบ่งได้ก็เป็นสิบชิ้นแล้ว
- การเลี้ยงแมลงทับ การเลี้ยงแมลงทับเป็นกิจกรรมที่อินเทรนด์สุดๆ ในสมัยนั้น เริ่มด้วยต้องเข้าสวนไปหาแมลงทับตัวผู้กับตัวเมียสักคู่นึง เอามาเลี้ยง แต่ไม่อยากเล่าสักเท่าไหร่ เพราะว่าเป็นกิจกรรมที่โหดร้ายมาก เอาไว้ว่างๆ จะเล่ารายละเอียดอีกที
- การเล่นว่าว เป็นกิจกรรมของครอบครัว เพราะอาปามักพาพวกเราไปเล่นว่าวที่หาดทรายบริเวณตีนท่า แม่น้ำเจ้าพระยาเสมอๆ ผมมักเล่นว่าวงูกับว่าวจุฬา เพราะว่าอาปามักจัดหาให้แค่สองอย่างนี้
- เล่นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยเหตุที่บ้านผมอยู่ติดแม่น้ำ ดังนั้นการเล่นน้ำในแม่น้ำจึงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ทุกวัน กิจกรรมนี้จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ผมโปรดปราน
- พายเรือ ทุกปีในหน้าน้ำ ประมาณเดือนกันยายน ถึง พฤศจิกายน ที่ป่าโมกจะน้ำท่วม ดังนั้นทุกบ้านต้องอาศัยเรือในการเดินทางแทนรถ ดังนั้นเด็กทุกคนจะถูกหัดให้พายเรือเป็นตั้งแต่เด็ก ก็คงไม่ต่างกับการสอนให้เด็กขี่รถจักรยานสักเท่าไหร่
กิจกรรมเหล่านี้เป็นกิจกรรมเท่าที่ผมคิดออกในตอนนี้ เป็นความทรงจำดีๆ ในชีวิตผมตั้งแต่เยาว์วัย
Saturday, 12 April 2008
Let's take care them
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นประมาณเมื่อปี พ.ศ.2532 ขณะที่ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่สอง โรงเรียนเทพศิรินทร์ ผมได้มีโอกาสไปงานศพคุณแม่ของอาจารย์ท่านหนึ่งที่ผมเคารพ (ขออนุญาตเอ่ยชื่อ "อาจารย์มาลี")
ณ งานศพวันนั้น อาจารย์บอกกับพวกเราว่า อาจารย์ทำใจเรื่องคุณแม่ได้แล้ว ดีใจที่ตลอดระยะเวลาที่ท่านมีชีวิต อาจารย์ได้ดูแลท่านเป็นอย่างดี เต็มกำลังแล้ว
อาจารย์จึงหันมาบอกย้ำกับพวกเราว่า "จะทำอะไรให้พ่อแม่เราก็ต้องรีบทำตั้งแต่ท่านมีชีวิตอยู่ เมื่อท่านจากไปแล้ว ต่อให้ทำบุญ กรวดน้ำ เผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้มากมาย ก็ไม่รู้ว่าท่านจะได้รับ หรือไม่ แต่ทำตอนที่ท่านมีชีวิตนี้ ท่านรับรู้และด้รับอย่างแน่นอน อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไร้ประโยชน์"
ถ้าอาจารย์มาลีได้บังเอิญอ่านพบข้อเขียนนี้ ผมอยากบอกอาจารย์ว่า "ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมไม่เคยปล่อยให้เวลามันผ่านไปโดยไร้ประโยชน์เลยครับ"
ณ งานศพวันนั้น อาจารย์บอกกับพวกเราว่า อาจารย์ทำใจเรื่องคุณแม่ได้แล้ว ดีใจที่ตลอดระยะเวลาที่ท่านมีชีวิต อาจารย์ได้ดูแลท่านเป็นอย่างดี เต็มกำลังแล้ว
อาจารย์จึงหันมาบอกย้ำกับพวกเราว่า "จะทำอะไรให้พ่อแม่เราก็ต้องรีบทำตั้งแต่ท่านมีชีวิตอยู่ เมื่อท่านจากไปแล้ว ต่อให้ทำบุญ กรวดน้ำ เผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้มากมาย ก็ไม่รู้ว่าท่านจะได้รับ หรือไม่ แต่ทำตอนที่ท่านมีชีวิตนี้ ท่านรับรู้และด้รับอย่างแน่นอน อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไร้ประโยชน์"
ถ้าอาจารย์มาลีได้บังเอิญอ่านพบข้อเขียนนี้ ผมอยากบอกอาจารย์ว่า "ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมไม่เคยปล่อยให้เวลามันผ่านไปโดยไร้ประโยชน์เลยครับ"
Name
เคยถามอาม้า ว่าทำไมถึงตั้งชื่อผมว่ากิตติ อาม้าตอบว่า
"ก็มันมีอยู่ 3 ชื่อ คือ กิตติ กิจจา และกีรติ ก็อยากให้ชื่อกิตติ ก็เลยเลือกกิตติ"
อันที่จริงก็คือว่าผมน่ะเกิดวันจันทร์ ดังนั้นเขาว่ากันว่าชื่อไม่ควรมีสระ ควรมีแต่พยัญชนะล้วนจึงจะดี ไม่เป็นกาลกินี แต่นี่เล่มมีสระอิตั้งสองตัว ถือว่าเป็นกาลกินีเบิ้ลเลย
แต่สำหรับผม ผมคิดว่าตอนอาปา อาม้าเลือกชื่อนี้ให้ผม คงไม่ได้เพราะต้องการให้มีความเป็นกาลกินีกับตัวผม แต่ในทางตรงกันข้ามต้องการที่จะให้ผมเจริญรุ่งเรืองมากกว่า ดังนั้น ผมจึงภูมิใจในชื่อนี้มาก แม้ว่าใครจะหาว่ามันเชย หรือมีกาลกินี แต่สำหรับผมสิ่งนี้ถือเป็นหนึ่งในมงคลชีวิตของผม
"ก็มันมีอยู่ 3 ชื่อ คือ กิตติ กิจจา และกีรติ ก็อยากให้ชื่อกิตติ ก็เลยเลือกกิตติ"
อันที่จริงก็คือว่าผมน่ะเกิดวันจันทร์ ดังนั้นเขาว่ากันว่าชื่อไม่ควรมีสระ ควรมีแต่พยัญชนะล้วนจึงจะดี ไม่เป็นกาลกินี แต่นี่เล่มมีสระอิตั้งสองตัว ถือว่าเป็นกาลกินีเบิ้ลเลย
แต่สำหรับผม ผมคิดว่าตอนอาปา อาม้าเลือกชื่อนี้ให้ผม คงไม่ได้เพราะต้องการให้มีความเป็นกาลกินีกับตัวผม แต่ในทางตรงกันข้ามต้องการที่จะให้ผมเจริญรุ่งเรืองมากกว่า ดังนั้น ผมจึงภูมิใจในชื่อนี้มาก แม้ว่าใครจะหาว่ามันเชย หรือมีกาลกินี แต่สำหรับผมสิ่งนี้ถือเป็นหนึ่งในมงคลชีวิตของผม
Friday, 11 April 2008
Happy Songkran Day
สุดสัปดาห์นี้แล้วก็เข้าเทศกาลมหาสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ไทยแล้วนะคร้าบ
ใครไปเที่ยวไหนกันก็เที่ยวเผื่อๆกันด้วยนะ เพราะว่าหมอห้ามมิให้แผลโดนน้ำ ดังนั้นเท่ากับว่าอดไปโดยปริยาย
วันโอกาสวันสงกรานต์นี้ ก็ขอให้ทุกคนมีความสุข ชีวิตสดใสเย็นซาบซ่าเสมือนว่าถูกสาดน้ำตลอดปี แอนด์ตลอดไปนะคร้าบ
แต่อย่าลืมนะว่านอกจากเป็นวันสงกรานต์แล้วยังเป็นวันผู้สูงอายุ และวันครอบครัวด้วย ดังนั้นตื่นแต่เช้ามาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวในวันหยุดกันนะทู้กคน
Hi every body! The Songkran days are coming!!!!
Does every body have any plan for this Songkran Weekend?
I am still take care of my wound, so just only stay home and maybe go back to my hometown 'Pamok'.
Don't forget that this 13 -14 April are family and elderly person days as well.
ใครไปเที่ยวไหนกันก็เที่ยวเผื่อๆกันด้วยนะ เพราะว่าหมอห้ามมิให้แผลโดนน้ำ ดังนั้นเท่ากับว่าอดไปโดยปริยาย
วันโอกาสวันสงกรานต์นี้ ก็ขอให้ทุกคนมีความสุข ชีวิตสดใสเย็นซาบซ่าเสมือนว่าถูกสาดน้ำตลอดปี แอนด์ตลอดไปนะคร้าบ
แต่อย่าลืมนะว่านอกจากเป็นวันสงกรานต์แล้วยังเป็นวันผู้สูงอายุ และวันครอบครัวด้วย ดังนั้นตื่นแต่เช้ามาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวในวันหยุดกันนะทู้กคน
Hi every body! The Songkran days are coming!!!!
Does every body have any plan for this Songkran Weekend?
I am still take care of my wound, so just only stay home and maybe go back to my hometown 'Pamok'.
Don't forget that this 13 -14 April are family and elderly person days as well.
Thursday, 10 April 2008
Furniture polish
การเลือกผู้หญิงที่ดีมาเป็นศรีภรรยานั้น อาม้าสอนไว้หลายอย่าง อย่างหนึ่งก็คือดูที่ลิปสติก หรือรู้จ แต่อีกอย่างให้ดูการบิด"ผ้าขี้ริ้ว" (Furniture Polish)
หลายคนอาจสงสัยกันว่าทำไม
หากท่านเคยเช็ดถูอะไรอยู่บ้าง จะพบได้ว่าการถูโต๊ะ หรือสิ่งของต่างๆ โดยผ้าขี้ริ้วนั้น หากผ้าบิดไม่หมาดมากๆ จะทำให้สิ่งของนั้นๆ เป็นรอย
ดังนั้น"การให้ความสำคัญกับสิ่งเล็กน้อยเหล่านั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เช่นเดียวกันกับการบิดผ้าขี้ริ้วให้หมาดก่อนที่จะเช็ดถู"
หลายคนอาจสงสัยกันว่าทำไม
หากท่านเคยเช็ดถูอะไรอยู่บ้าง จะพบได้ว่าการถูโต๊ะ หรือสิ่งของต่างๆ โดยผ้าขี้ริ้วนั้น หากผ้าบิดไม่หมาดมากๆ จะทำให้สิ่งของนั้นๆ เป็นรอย
ดังนั้น"การให้ความสำคัญกับสิ่งเล็กน้อยเหล่านั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เช่นเดียวกันกับการบิดผ้าขี้ริ้วให้หมาดก่อนที่จะเช็ดถู"
Large Intestine
สวัสดีทู้กคน เห็นว่าหนุ่ยหายหน้าหายตาไปหลายวัน ไม่ได้หายไปไหนไกลหรอก พอดีพามารดาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธมา โดยในครั้งนี้ตรวจหลายอบ่างรวมถึงการส่องกล้องตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย พอดีเห็นว่าเป็นความรู้ใหม่ก็เลยอยากมาแชร์กัน


สำไส้ใหญ่ มีความยาวประมาณ 1.50 เมตร กว้างประมาณ 6 เซนติเมตร แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ
ส่วนที่ 1 ซีกัม (Caecum) เป็นลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ยาวประมาณ 6.3-7.5 เซนติเมตร มีไส้ติ่ง (Appendix) ยื่นออกมาขนาดราวนิ้วก้อย (ยาวประมาณ 3 นิ้ว) เหนือท้องน้อย ทางด้านขวา ไส้ติ่งถือว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง ในสัตว์กินพืชจะมีขนาดยาว ทำหน้าที่ช่วยในการย่อยอาหารในคนไม่มีประโยชน์ ถ้าอักเสบต้องรีบผ่าตัดออกโดยเร็ว
ส่วนที่ 2 โคลอน (Colon) เป็นส่วนที่ยาวที่สุด แบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อย คือ โคลอนส่วนขึ้น (AscendingColon) เป็นส่วนของโคลอนที่ยื่นตรงขึ้นไปเป็นแนวตั้งฉากทางด้านขวาของช่องท้อง ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร โคลอนส่วนขวาง (Transverse Colon) เป็นส่วนที่วางพาดตามแนวขวางของช่องท้องยาวประมาณ 50 เซนติเมตร โคลอนส่วนล่าง (Descending Colon) เป็นส่วนที่วิ่งตรงลงมาเป็นแนวตั้งฉากทางด้านซ้ายของช่องท้อง ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร
ส่วนที่ 3 ไส้ตรง (Rectum) เป็นส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ มีลักษณะเป็นท่อตรง ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ตรงปลายของไส้ตรงจะเป็น ทวารหนัก (Anus) โดยมีกล้ามเนื้อหูรูด 2 อัน ควบคุมการปิดเปิดของทวารหนัก กล้ามเนื้อหูรูดด้านใน ถูกควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติ ไม่อยู่ใต้บังคับของจิตใจ ส่วนกล้ามเนื้อหูรูดด้านนอกอยู่ใต้บังคับของจิตใจ และสำคัญมากในการควบคุมการปิดเปิดของทวารหนัก
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นเนื้องงอกชนิดร้ายแรงและเป็นสาเหตุการตายที่พบบ่อยในประเทศไทย มีการศึกษาพบว่าในระยะเริ่มต้นของโรคจะมีการเพิ่มจำนวนของเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้กลายเป็นติ่งเนื้อ (Polyp) หลังจากนั้นถ้ามีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ซึ่งใช้เวลานาน 5-10 ปี ของติ่งเนื้อจะกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ ดังนั้นการตรวจหาติ่งเนื้อเพื่อตัดออกก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็ง
จึงเป็นหลักการสำคัญในการป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในปัจจุบันการตรวจด้วยการส่องกล้องเข้าไปในลำไส้ใหญ่ เป็นการตรวจมาตรฐานเพื่อตรวจหาติ่งเนื้อและมะเร็งลำไส้ใหญ่ อย่างไรก็ดีมีผู้ป่วยบางกลุ่มที่ไม่ต้องการส่องกล้อง หรือมีข้อห้ามในการตรวจ CT Colonography จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้ในการคัดกรองตรวจหาติ่งเนื้อหรือก้อนมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้ โดยที่ไม่ต้องทำการใส่เครื่องมือเข้าไปในร่างกาย
ในปัจจุบันการตรวจเพื่อคัดกรองหามะเร็งลำไส้ใหญ่จะแนะนำให้เริ่มในบุคคลทั่วไปตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยทำการตรวจทุก 5-10 ปี อย่างไรก็ดีในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาจจำเป็นต้องตรวจเร็วขึ้นนอกจากนี้อาการผิดปกติบางชนิด เช่น ถ่ายเป็นเลือดหรือถ่ายท้องผูกสลับท้องเสีย อาจเป็นการแสดงของโรคนี้ได้
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาก็พาแม่ พร้อมด้วยป้าไปตรวจโดยการส่องกล้องที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ พอตรวจเสร็จขณะที่แม่ยังคงหลับอยู่ในห้องตรวจ หมอก็เรียกญาติไปคุยด้วย ตกใจเลย.....
จากการคุยกับหมอที่ส่องกล้องแม่ผม หมอบอกว่าคนสูงอายุที่ตรวจ 1 ใน 5 คน จะตรวจพบติ่งเนื้อ สำหรับวันนี้แม่กับป้าผมเข้าตรวจพร้อมกัน แล้วก็พบติ่งเนื้อด้วยทั้งคู่เลย ซึ่งติ่งนี้หากปล่อยไว้สัก 5-10 ปีจะกลายเป็นมะเร็งคร้าบ
หมอก็เลยตัดออกแล้วส่งไปพิสูจน์ชิ้นเนื้อผลล่าสุดหลังการพิสูจน์ชิ้นเนื้อ เป็นเนื้อดี ครับ ก็เลยโล่งใจทีเดียว เพราะรอผลมาสองวันดังนั้นฝากบอกเพื่อนๆ พาพ่อแม่ไปตรวจกันบ้างนะครับ เพราะเท่าที่ทราบมา มะเร็งลำไส้ใหญ่จะไม่แสดงอาการจนกระทั่งเข้าระยะที่สาม ถ้าตรวจพบในระยะแรกๆสามารถรักษาให้หายขาดได้เลย
ที่มา
1. Knowledge for Thai student http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/bangkok/phunnee_p/index_di.html
2. โรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์วิชัยยุทธhttp://www.vichaiyut.co.th/thai/news_detail.asp?id=76


สำไส้ใหญ่ มีความยาวประมาณ 1.50 เมตร กว้างประมาณ 6 เซนติเมตร แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ
ส่วนที่ 1 ซีกัม (Caecum) เป็นลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ยาวประมาณ 6.3-7.5 เซนติเมตร มีไส้ติ่ง (Appendix) ยื่นออกมาขนาดราวนิ้วก้อย (ยาวประมาณ 3 นิ้ว) เหนือท้องน้อย ทางด้านขวา ไส้ติ่งถือว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง ในสัตว์กินพืชจะมีขนาดยาว ทำหน้าที่ช่วยในการย่อยอาหารในคนไม่มีประโยชน์ ถ้าอักเสบต้องรีบผ่าตัดออกโดยเร็ว
ส่วนที่ 2 โคลอน (Colon) เป็นส่วนที่ยาวที่สุด แบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อย คือ โคลอนส่วนขึ้น (AscendingColon) เป็นส่วนของโคลอนที่ยื่นตรงขึ้นไปเป็นแนวตั้งฉากทางด้านขวาของช่องท้อง ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร โคลอนส่วนขวาง (Transverse Colon) เป็นส่วนที่วางพาดตามแนวขวางของช่องท้องยาวประมาณ 50 เซนติเมตร โคลอนส่วนล่าง (Descending Colon) เป็นส่วนที่วิ่งตรงลงมาเป็นแนวตั้งฉากทางด้านซ้ายของช่องท้อง ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร
ส่วนที่ 3 ไส้ตรง (Rectum) เป็นส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ มีลักษณะเป็นท่อตรง ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ตรงปลายของไส้ตรงจะเป็น ทวารหนัก (Anus) โดยมีกล้ามเนื้อหูรูด 2 อัน ควบคุมการปิดเปิดของทวารหนัก กล้ามเนื้อหูรูดด้านใน ถูกควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติ ไม่อยู่ใต้บังคับของจิตใจ ส่วนกล้ามเนื้อหูรูดด้านนอกอยู่ใต้บังคับของจิตใจ และสำคัญมากในการควบคุมการปิดเปิดของทวารหนัก
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นเนื้องงอกชนิดร้ายแรงและเป็นสาเหตุการตายที่พบบ่อยในประเทศไทย มีการศึกษาพบว่าในระยะเริ่มต้นของโรคจะมีการเพิ่มจำนวนของเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้กลายเป็นติ่งเนื้อ (Polyp) หลังจากนั้นถ้ามีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ซึ่งใช้เวลานาน 5-10 ปี ของติ่งเนื้อจะกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ ดังนั้นการตรวจหาติ่งเนื้อเพื่อตัดออกก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็ง
จึงเป็นหลักการสำคัญในการป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในปัจจุบันการตรวจด้วยการส่องกล้องเข้าไปในลำไส้ใหญ่ เป็นการตรวจมาตรฐานเพื่อตรวจหาติ่งเนื้อและมะเร็งลำไส้ใหญ่ อย่างไรก็ดีมีผู้ป่วยบางกลุ่มที่ไม่ต้องการส่องกล้อง หรือมีข้อห้ามในการตรวจ CT Colonography จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้ในการคัดกรองตรวจหาติ่งเนื้อหรือก้อนมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้ โดยที่ไม่ต้องทำการใส่เครื่องมือเข้าไปในร่างกาย
ในปัจจุบันการตรวจเพื่อคัดกรองหามะเร็งลำไส้ใหญ่จะแนะนำให้เริ่มในบุคคลทั่วไปตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยทำการตรวจทุก 5-10 ปี อย่างไรก็ดีในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาจจำเป็นต้องตรวจเร็วขึ้นนอกจากนี้อาการผิดปกติบางชนิด เช่น ถ่ายเป็นเลือดหรือถ่ายท้องผูกสลับท้องเสีย อาจเป็นการแสดงของโรคนี้ได้
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาก็พาแม่ พร้อมด้วยป้าไปตรวจโดยการส่องกล้องที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ พอตรวจเสร็จขณะที่แม่ยังคงหลับอยู่ในห้องตรวจ หมอก็เรียกญาติไปคุยด้วย ตกใจเลย.....
จากการคุยกับหมอที่ส่องกล้องแม่ผม หมอบอกว่าคนสูงอายุที่ตรวจ 1 ใน 5 คน จะตรวจพบติ่งเนื้อ สำหรับวันนี้แม่กับป้าผมเข้าตรวจพร้อมกัน แล้วก็พบติ่งเนื้อด้วยทั้งคู่เลย ซึ่งติ่งนี้หากปล่อยไว้สัก 5-10 ปีจะกลายเป็นมะเร็งคร้าบ
หมอก็เลยตัดออกแล้วส่งไปพิสูจน์ชิ้นเนื้อผลล่าสุดหลังการพิสูจน์ชิ้นเนื้อ เป็นเนื้อดี ครับ ก็เลยโล่งใจทีเดียว เพราะรอผลมาสองวันดังนั้นฝากบอกเพื่อนๆ พาพ่อแม่ไปตรวจกันบ้างนะครับ เพราะเท่าที่ทราบมา มะเร็งลำไส้ใหญ่จะไม่แสดงอาการจนกระทั่งเข้าระยะที่สาม ถ้าตรวจพบในระยะแรกๆสามารถรักษาให้หายขาดได้เลย
ที่มา
1. Knowledge for Thai student http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/bangkok/phunnee_p/index_di.html
2. โรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์วิชัยยุทธhttp://www.vichaiyut.co.th/thai/news_detail.asp?id=76
Rouge
รู้จ (Rouge) คำๆ นี้ หลายคนที่ความรู้ภาษาฝรั่งเศสอยู่บ้างก็คงรู้ว่าแปลว่าสีแดง แต่สำหรับเด็กต่างจังหวัดแบบผม ผมรู้จักคำคำนี้มาตั้งแต่เด็กในความหมายที่ว่า รู้จก็คือลิปสติก นั่นเอง คงเพราะว่ารู้จมักมีสีแดง จึงมีการเรียกตามสีในภาษาฝรั่งเศส
บางคนอาจสงสัยว่า แล่วรู้จมันเกี่ยวอไรกับผม จะบอกว่าไม่เกี่ยวโดยตรงหรอก แต่เกี่ยวกับคำสอนของอาม้าที่มักสอนว่า
"หากเราจะเลือกผู้หญิงสักคน และจะดูว่าผู้หญิงคนนั้นมีความเป็นกุลสตรีแค่ไหน มีมารยาทและความละเอียดเรียบร้อยให้ดูที่รู้จ หรือลิปสติกที่เธอใช้ หากว่าปลายลิปสติกแหลม ถือว่าผ่าน แต่ถ้าปลายทู่ ไม่เป็นระเบียบ ก็ตกไปตามระเบียบ"
บางคนอาจสงสัยว่า แล่วรู้จมันเกี่ยวอไรกับผม จะบอกว่าไม่เกี่ยวโดยตรงหรอก แต่เกี่ยวกับคำสอนของอาม้าที่มักสอนว่า
"หากเราจะเลือกผู้หญิงสักคน และจะดูว่าผู้หญิงคนนั้นมีความเป็นกุลสตรีแค่ไหน มีมารยาทและความละเอียดเรียบร้อยให้ดูที่รู้จ หรือลิปสติกที่เธอใช้ หากว่าปลายลิปสติกแหลม ถือว่าผ่าน แต่ถ้าปลายทู่ ไม่เป็นระเบียบ ก็ตกไปตามระเบียบ"
Preparation
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรงกับผม แต่อาม้าเล่าให้ฟังอีกทีหนึ่ง
สมัยก่อนยังไม่มีน้ำประปา การจะมีน้ำไว้อาบนั้นจะต้องไปตักน้ำจากบ่อ มาใส่ตุ่มไว้ที่ห้องน้ำ โดยมีการผลัดกันระหว่างอาม้า กับอาอี๊ (ป้า)
อาม้าเล่าว่า ตอนที่เป็นเวรอี๊ อี๊ก็จะตักจนเกือบเต็มโอ่งเหลือซัก สองถังจะเต็มโอ่ง อี๊ก็จะพอโดยให้เหตุผลว่า เดี๋ยวตักอาบน้ำก็ลดแล้ว ไม่ต้องตักให้เต็มหรอก
แต่พอถึงเวรอาม้า อาม้าจะตักน้ำจนเต็มโอ่ง แล้วยังตักจนเต็มถังมาวางข้างๆ โอ่งอีกหนึ่งถัง เพื่อเวลาอาบแล้วพอน้ำลดลงก็เอาน้ำในถังตักใส่อีกได้ โดยอาม้าบอกว่า
“เวลาทำงานอะไร ต้องทำให้เต็มที่ หรือทำให้เกินไว้ก็ยิ่งดี”
สมัยก่อนยังไม่มีน้ำประปา การจะมีน้ำไว้อาบนั้นจะต้องไปตักน้ำจากบ่อ มาใส่ตุ่มไว้ที่ห้องน้ำ โดยมีการผลัดกันระหว่างอาม้า กับอาอี๊ (ป้า)
อาม้าเล่าว่า ตอนที่เป็นเวรอี๊ อี๊ก็จะตักจนเกือบเต็มโอ่งเหลือซัก สองถังจะเต็มโอ่ง อี๊ก็จะพอโดยให้เหตุผลว่า เดี๋ยวตักอาบน้ำก็ลดแล้ว ไม่ต้องตักให้เต็มหรอก
แต่พอถึงเวรอาม้า อาม้าจะตักน้ำจนเต็มโอ่ง แล้วยังตักจนเต็มถังมาวางข้างๆ โอ่งอีกหนึ่งถัง เพื่อเวลาอาบแล้วพอน้ำลดลงก็เอาน้ำในถังตักใส่อีกได้ โดยอาม้าบอกว่า
“เวลาทำงานอะไร ต้องทำให้เต็มที่ หรือทำให้เกินไว้ก็ยิ่งดี”
Subscribe to:
Posts (Atom)