Tuesday, 24 March 2009

อยู่ทนอยู่นาน

ตอนก่อนมาสวีเดน ก็สืบหาข้อมูลมาพอควร เขาว่าแถวนี้อากาศมันหนาวววว



แต่สำหรับที่ลุนด์แล้ว เขาว่ากันว่า
  1. ไม่หนาวมาก ปกติหนาวก็ 0 อย่างมากสุดก็ -1 ไม่เกินนี้
  2. แถมที่ลุนด์เนี่ยะอากาศหน้าหนาวสั้นมาก เข้าหน้าหนาวก็ราวๆ ปลายมกราคม หนาวไปถึงปลายกุมภาพันธ์ ก็หมดแล้วหน้าหนาว ราวๆ 5 สัปดาห์ ก็หมดหนาว
  3. ที่นี่หิมะไม่ตก อย่างมากตกสองวันตื่นมาก็ละลายหมดแล้ว

ไอ้เราก็สบายใจ พะยะค่ะ


เอาเข้าจริงที่อยู่นี่
  1. อากาศหนาวเริ่มมาเยือนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน
  2. ที่ว่าสั้นมาจนบัดนี้ ผ่านมา 5 เดือนยังหนาวอยู่เลย
  3. ที่ว่าหิมะน้อย ปีนี้โดนถล่มซะหลายระลอก
  4. ที่ว่า ไม่เกิน -1 พ่อเจ้าพระคุณล่อเข้าไป -14

จนบัดนี้มันยังหนาว ชาวบ้านเขาอุณหภูมิไป 14-15 องศากันแล้ว แต่ที่นี่วันนี้ยัง -2 แถมเมื่อคืนหิมะก็ยังตก ดูพยากรณ์อากาศอีกสามสี่วันข้างหน้าก็ยัง -2 ถึง 4 องศาอยู่เลย


อยู่ทนอยู่นานจริงๆ

The Mooting is over!

เสร็จสิ้นไปอีกอย่างแล้วครับสำหรับการสอบในรายวิชานี้ วิชาสิทธิมนุษยชนขั้นสูงนี้จะมีสอบ 3 อย่างก็คือ case memo, Moot Court and final paper ตอนนี้ก็เสร็จไปแล้วสองอย่างเหลืออีก 50% ก็คือการทำข้อสอบปลายภาคที่จะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ ภายในกำหนดระยะเวลาทั้งสิ้น 48 ชั่วโมง



สำหรับการแข่งศาลจำลองวันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ



คราวนี้ศาลจำลองที่แข่งกัน เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายรักร่วมเพศชาวแอลจีเรีย ได้เขียนบทความโจมตีรัฐมนตรีของสวีเดน รัฐบาลสวีเดนเลยดำเนินการจะส่งตัวเข้ากลับไปแอลจีเรีย ซึ่งที่แอลจีเรีย การรักร่วมเพศเป็นความผิดอาญา เขาอาจถูกจำคุกในความผิดฐานเป็นคนรักร่วมเพศได้ คดีวันนี้ผมเป็นฝ่ายนักกฎหมายของชายรักร่วมเพศชาวแอลจีเรียนี่แหละครับ



การแข่งขันเสร็จเรียบร้อยดี สู้กันไปมา



สรุปเหนื่อยมาก เพราะกว่าครึ่งเดือนที่อยู่กับเรื่องนี้มา เลยคิดว่าวิธีการเรียนการสอนแบบนี้ถ้านำไปใช้กับเด็กๆ ที่ประเทศไทยก็คงดี เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้อสดงความคิดเห็นโดยพื้นฐานทางวิชาการ ไม่ใช่ถามไปมาแล้วก็เอาอารมณ์เป็นตัวตัดสิน เพราะว่านักศึกษาไม่เคนค้นคว้าหรืออ่านหนังสือมาจนพอที่จะแสดงความคิดเห็น หรือโต้แย้งได้บ้าง



ได้เวลาแล้ว ประเทศไทยครับ ปรับขบวนกันหน่อยเร็ววววว ระบบการศึกษาไทย

Saturday, 21 March 2009

Where're my RASINs?

หากคนที่ตามอ่านมาคงพอจำได้เรื่องที่ผมพูดถึงนิสับลูกอีช่างเก็บของสวีดิชร่วมหอ ที่ขยันเก็บไว้แม้กระทั่งองุ่น เก็บแล้วในชามวางไว้บนโต๊ะกินข้าวมานานกว่าครึ่งปีที่ผมเข้ามาอยู่ที่หอนี้



และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง องุ่นซึ่งเกรงว่าจะเป็นลูกเกดได้อันตรธานหายไปโดยไร้ร่องรอย สร้างความฉงนแก่ผมเป็นอย่างยิ่ง



ต้องร้องก้องดังว่าลูกเกดหายไปไหนยยยยยยยย

Law student's life

ชีวิตการเป็นนักศึกษาที่เมืองลุนด์ช่วงนี้ของผมค่อนข้างเหนื่อยนิดหน่อยครับว่า ช่วงสองอาทิตย์นี้ผมต้องทำงานหลายอย่างด้วยกัน


งานชิ้นแรกก็คือ การย่อและการนำเสนอคดีของศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป หรือ European Court of Human Rights งานนี้ดูเหมือนไม่ยากเท่าใดนัก แต่ที่ยากก็คือความเยอะครับ แต่ละคนจะได้รับมอบหมายคดีให้เราอ่านคำพิพากษาจำนวน 100 คดี แล้วเลือกออกมาย่อและนำเสนอ เพราะกันนั้นก็มีฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ (Oponent) คอยยิงคำถามใส่เราน่ะครับ


งานชิ้นที่สอง เคยมีประสบการณ์มาบ้างแล้วก็คือ การเรียนแบบสถานการณ์จริง Simulations หรือที่เรียกว่า Moot Court หรือศาลจำลองน่ะครับ คราวนี้แม้ว่ามีประสบการณ์มาบ้าง แต่ไม่ง่ายเลยในการต้องร่วมทำงานกับสมาชิกอื่นๆ ที่มีรูปแบบการทำงานที่ต่างกันออกไป เหนื่อยกายน่ะไม่มาก แต่ว่าเหนื่อยใจ


งานสุดท้ายที่ต่อกันเลยก็คือการสอบปลายภาคครับ กับการสอบแบบ 48 ชั่วโมงอีกแล้วว


ช่วงนี้เลยงอมพระรามครับ แต่ตอนนี้งานชิ้นแรกเสร็จไปแล้วครับ อาทิตย์หน้าก็พร้อมรับกับงานที่เหลืออีกสองชิ้นครับ



แต่ก็ไม่ลืมที่จะผ่อนคลายความเครียดบ้าง ยังดีที่มียูทูปให้ดู ผมเลยได้มีโอกาสคลายเครียดกับซิทคอม เมียหลวง เดอะสตาร์ 5 รวมไปถึงเดอะมาสเตอร์ด้วย



เย้ๆๆๆๆๆ เทคโนโลยีจงเจริญ

Sunday, 15 March 2009

Overload

ช่วงนี้ผมไม่ได้หายหน้าหายตาไปไหนนะครับ แต่เป็นช่วงจำศีลเพราะงานเยอะเหลือเกิน ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา และสองอาทิตย์ต่อจากนี้ไป จนปลายเดือนโน่นแหละครับ สถานการณืถึงจะกระเจื้องดีขึ้นมาบ้าง ทั้งงานกลุ่ม งานเดี่ยว และสอบปลายภาค อัดๆๆๆ กันเข้ามา




ช่วงนี้ชีวิตเลยหมกมุ่นอยู่กับการอ่านเอกสารต่างๆ เป็นเสียส่วนใหญ่ ปวดหัวเลยทีเดียว




เอาเป็นว่าพ้นช่วงวิกฤติก็จะมาสรรหาอะไรเล่าเล่นต่อไปครับ



ไปละ

Wednesday, 11 March 2009

Fire alarm

เมื่อวานนี้เป็นการเรียนเล็คเชอร์ครั้งสุดท้ายในวิชาที่ 3 ครับ (ว่าไปก็เร็วแฮะ นี่เหลืออีกวิชาเดียวก็จะจบปีแรกแล้ว เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก)




หลังจากเรียนเสร็จก็จะเป็นการนำเสนอเรื่องราวเหตุการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั่วโลกของ Jus Humanis น่ะึครับ เขาก็จะเสนอวนไปเรื่อยๆ ที่ไหนมีอะไรเกิดขึ้น




แต่ที่สำคัญวันนี้มันเป็นเรื่อง "World Human Rights Violations: Rohingyas" ตายๆๆ งานเข้าโดยไม่รู้ตัว ดันมาแจ้งก่อนสัมมนาว่าจะนำเสนอการละเมิดสิทธิมนุษยชนของโรฮิงญาโดยรัฐบาลประเทศไทย




ว่าแล้วเลือด Nationalism ที่มีอยู่ก็สูบฉีดเต็มที่ เอาละวะ เป็นไงเป็นกัน ว่าแต่วันนี้สงสัยจะกลายเป้าหมายการถูกโจมตีเต็มที่




และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง คอมพิวเตอร์เซ็ตเรียบร้อย เตรียมพร้อมการชม และการเสนอความเห็นกันเต็มที่



แหม......นั่งกันหน้าสลอนเลยทีเดียว





ทันใดนั้น........................






กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง................................ โอ้ว Fire Alarm หรือสัญญาณไฟไหม้ดังครับ





ทุกคนรีบลุกออกจากที่นั่ง คว้าเสื้อผ้าเพื่อออกจากอาคารให้เร็วที่สุด!!!!! เรื่องพวกนี้ฝรั่งเขาถูกฝึกมา เราเลยเข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตามครับ รีบออกจากตึกโดยพลัน




สักครู่รถดับเพลิงมากันอย่างโกลาหล อลหม่าน แต่กลับไม่มีอะไรเลยอ่ะ ไฟก็ไม่เห็นมี ควันก็ไม่มี





สรุปการสัมมนาต้องเลื่อนออกไปโดยปริยาย




นี่แหละน๊า ฝรั่ง....... ชอบมาเล่นกับสิ่งที่มองไม่เห็น อิอิอิ 55555

Sunday, 8 March 2009

It's time to rotate

นี่อยู่ที่สวีเดนมาเป็นเวลาครึ่งปีแล้ว วันนี้เลยได้เวลาที่ผมต้องทำอะไนสักอย่างเพื่อสร้างความแปลกใหม่ในการดำรงชีวิตที่นี่




คิดอยู่หลายตลบ ในที่สุดก็สรุปได้ว่าควรทำความสะอาดห้องอย่างเป็นกิจลักษณะและปรับเปลี่ยนห้องในมุมใหม่ๆ บ้างจะได้ไม่จำเจ




อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน รู้สึกว่าชีวิตความเป็นส่วนตัวถูกเบียดบังไปโดยคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ดังนั้นจำต้องแยกคอมกับเตียงนอนออกจากกัน




กว่าครึ่งวันในที่สุดก็เสร็จเรียบร้อยครับ ตอนนี้ในห้องถูกจัดออกเป็นสี่มุมเหมือนเดิม มุมที่นอน มุมโต๊ะหนังสือและคอมพิวเตอร์ มุมนั่งอ่านหนังสือ และมุมของกิน 555



แต่ที่เป็นปัญหามากที่สุดกลับเป็นโคมไฟตั้งโต๊ะจำนวน 6 โคม (ที่ขยันซื้อมาก) กว่าจะจัดให้ลงตัวได้นานกว่าจัดห้องอีก เหอเหอ


คิดว่าน่าจะใช้ได้แระ เดี๋ยวเบื่อค่อยเปลี่ยนใหม่ ฮ่าฮ่า

Saturday, 7 March 2009

Disadventage?


เคยไหมครับ



ที่เราสับสนในความคิดของตัวเอง ทั้งที่ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างลงไปแล้ว ทั้งๆที่คิดว่าคิดถี่ถ้วนรอบคอบดีแล้ว แต่กลับมานั่งคิดไม่ตกกับสิ่งที่ได้ตัดสินใจลงไป.......................



อาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีเรื่องราวต้องคิดมากมายครับ ทั้งอีกต้องตัดสินใจทำอะไรอีกหลายอย่าง แต่กลับต้องมานั่งพะวงตามหลังกับสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว





มันคงไม่ช่วยให้หลายอย่างดีขึ้นมากนัก เพียงแต่คิดว่า ทำไม?????



แต่บางครั้งการก้าวเดินไปบนเส้นทางที่แตกต่างไปจากคนอื่นมันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดนี่นา



ความต่างหาได้สร้างจุดด้อยให้กับเรา หากแต่กลับอาจสร้างจุดเด่นให้เราก็ได้ จริงไหม



ณ จุดนี้จึงสรุปให้กับตัวเองได้ว่า ควรสร้างความต่างที่เราเลือก เป็นคุณค่ากับตัวเองดีกว่ามานั่งติดถึงว่าทำไมหนอเราถึงคิดต่างจากคนทั่วไป มาเลือดไอ้สิ่งที่คนอื่นไม่เลือก



ก็อย่างนี้แหละครับ ลางเนื้อชอบลางยา

Tuesday, 3 March 2009

Komvux: my new Swedish course

เมื่อวานนี้เป็นวันแรกของการเรียนภาษาสวีดิชอีกแล้วครับ



หลังจากได้เคยเรียนไปแล้วครั้งนึง เพราะได้ทุนที่ Folkuniversitetet ก็ได้ไปแบบงูๆ ปลาๆ



ตอนนี้ก็สมัครเรียนใหม่ แต่อันนี้เป็นสวัสดิการเรียนฟรีของนักศึกษาที่มาเรียนที่สวีเดนหลักสูตรเกินกว่าหนึ่งปีน่ะครับ เป็นสวัสดิการที่รัฐจัดให้



ครั้งนี้ผมไปเรียนที่โคมวูก Komvux อยู่นอกเมืองออกไป ต้องนั่งรถบัสออกไปเรียนทุกวันจันทร์กะวันพุธ 17.30-19.50 น.


ไอ้เรียนวันนี้ก็ดีครับ เรียนไปสบายๆ เพราะเพิ่งเป็นอาทิตย์แรก แต่ว่าสอนเร็วมาก ประหนึ่งเป็น Intensive Course เลยทีเดียว



อ่อไอ้ที่จะเล่าคือ ด้วยว่ามันอยู่ไกลเมือง ดังนั้นรถที่จะไปก็ไม่ค่อยมีนัก ขาไปก็มีตกชั่วโมงละ 3-4 เที่ยว แต่ไอ้ตอนเลิกนะสิ มีชั่วโมงละสองเที่ยว ถ้าตกรถแล้วต้องรอคันต่อไปเกือบครึ่งชั่วโมง



รถขากลับบ้านเลิกเรียนตอน 19.50 รถออกตอนประมาณ 19.54 ดังนั้นเท่ากับว่าพอเลิกแล้วมีเวลาสี่นาทีต้องมาให้ถึงป้ายรถเมล์



วันนี้พอเลิก ก็หอบของยัดลงกระเป๋า ต่างคนต่างวิ่งกันสุดฤทธิ์ประหนึ่งแข่งวิ่งมาราธอนจากชั้นสาม ลงมาชั้นล่าง ออกประตูหน้า ข้ามสนาม ข้ามถนน ไปถึงป้ายรถเมล์ เล่นเอาเหนื่อย



เอาง่ายๆ เป็นการวิ่งของผมในรอบครึ่งปีเลย 555

Friday, 27 February 2009

Storage

ไอ้ตอนที่สมัครหอที่นี่น่ะ รายละเอียดมันก็บอกว่ามีสโตเรจให้ด้วย ไอ้ตอนนั้นก็คิดอยู่ว่ามันคืออะไรวะ ที่เก็บของ งง??




ผ่านมาเกือบครึ่งปีพ่อเจ้าประคุณเพิ่งจะรู้ว่าที่นี่เขามีห้องเก็บของสำหรับทุกห้องที่ที่ชั้นใต้ดิน




ไอ้เราก็เป็นคนปากหนัก ไม่เคยถามใครแล้วอย่างที่บอกหอนี้มันเป็นหอคนสวีเดน ดังนั้นทุกอย่างมันเป็นภาษาสวีดิชไปเสียหมด




แล้วผมไปรู้ได้ยังไงน่ะเหรอว่ามีห้องอยู่ที่ชั้นใต้ดิน




ก็ชั้นนี้มันมีห้องซักผ้าไง ทีนี้ไอ้ช่วงรอผ้าที่ซักอยู่ก็ไม่มีอะไรทำ ชั้นนี้มันมีประตูเยอะแยะไปหมด ไอ้เราไม่มีอะไรทำก็ลองเอากุญแจห้องไขประตูเล่น ไขไปไขมา ดันไขได้ห้องนึง



ในใจตอนนั้นกะว่าเอาวะ พอเปิดประตูไปข้างใน ว่าเป็นอะไร พอเปิดไฟก็พบว่าด้านในถูกจัดเป็นห้องซอยเล็กๆ ด้วยตาข่าย แล้วมีเลขที่ห้องติดเอาไว้



ไอ้ผมก็เดินหาไปจนเจอเลขที่ห้องผม ด้านในมีของอยู่หลายอย่าง ไม่มีกุญแจล็อก คาดว่าหลายอย่างคงถูกหยิบฉวยออกไปแล้วแหละ




แต่ตอนนั้นยังไม่มีอารมณ์ค้นอะไร ได้แต่ดูคร่าวๆ มันมีเสื้อผ้าสองถุงใหญ่ โต๊ะรีดผ้า โต๊ะนั่งแค่นี้เอง



ดังนั้นเลยรีบมาเอาแม่กุญแจไปใส่ก่อน กลัวของโดนยักย้ายถ่ายเท